ที่มาของคำในภาษาญี่ปุ่น

บางคำจะเป็นการขยายความหมายของคำที่เป็นภาษาวัยรุ่นฯไว้นะครับ  ยังไงลองอ่านดูด้วยแต่ว่าข้อมูลมีไม่เยอะเท่าไรนะ  หาลงให้เท่าที่ลงให้ได้  ถ้าเอาเป็นภาษาอังกฤษคงไม่ไหว ผมแปลไม่ได้เท่าไรหรอก เอานี่ไปอ่านเพลิน  ๆ กันก่อนนะครับ

และอีกอย่างที่มาของข้อมูลน่ะเว็บเขายังไม่เปิดใช้ใหม่เลยครับ เห็นบอกว่าเร่งปรับปรุง ถ้าเสร็จผมจะทำลิงค์ให้ทันทีครับ

 
 
จีบสาว
ナンパする
軟派する

ความหมาย

          จีบสาว

คําอธิบาย

            คํานี้เป็นคําที่สะท้อนสังคมญี่ปุ่นคําหนึ่ง คือ หนุ่มๆญี่ปุ่นมักชอบไปจีบสาวตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชายหาดตอนหน้าร้อน หรือตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆของวัยรุ่น ที่ไหนมีสาวๆไปเที่ยวเยอะๆก็จะมีหนุ่มๆแมวมองเตรียมจีบเตรียมจับสาวๆไปเยอะเช่นกัน คํานี้ไม่เหมือนกับคําว่า จีบ ในภาษาไทยเท่าไร เพราะผู้ชายไม่จําเป็นต้องรู้จักผู้หญิงคนนั้น เห็นแค่รูปร่างหน้าตา ถ้าสนใจก็เข้าไปจีบเลย ถ้าผู้หญิงเล่นด้วยก็ดีไป ถ้าไม่ก็หาคนอื่นไปเรื่อยๆ เป้าหมายในการจีบก็แล้วแต่คน บางคนก็คิดแค่ต้องการเพื่อนหญิง บางคนต้องการแฟน บางคนก็คิดไปเรื่อยเปื่อย อันนี้คงแล้วแต่คน แต่ที่แน่ๆพวกนี้จีบดะ

            เช่น
           
            明日海へナンパに行こうか。
            あしたうみへナンパにいこうか。
            พรุ่งนี้ไปทะเลไป(นัมปะ)จีบสาวกันไหม

            今日暇?ナンパに行かないか。
            きょうひま?ナンパにいかないか。
            วันนี้ว่างปะ ไป(นัมปะ)จีบสาวกันไหม

            คํานี้ไม่ใช่คําใหม่ มีมานานแล้ว แต่ในอดีตคํานี้ไม่ได้ใช้ในความหมายเหมือนปัจจุบัน
            ในอดีตกลุ่มนักเรียนที่เป็นนักเลงในญี่ปุ่นจะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ

            ฝ่ายแข็ง(硬派:こうは) 

   จะหมายถึงนักเลงที่เป็นนักเลงจริงๆชอบความรุนแรง ชอบชกต่อยกับนักเรียนโรงเรียนคู่อริเป็นประจํา กลุ่มนี้จะคิดว่าลูกผู้ชายตัวจริงต้องแกร่ง ปัญหาต่างๆสามารถตัดสินได้ด้วยกําลัง

            ฝ่ายอ่อน(軟派:なんぱ) 

   จะหมายถึงนักเลงที่ชอบเกี้ยวสาว แหย่สาว แกล้งสาว ชอบตามจีบสาว คู่ที่จับไม่ใช่คู่มวย แต่เป็นสาวๆ ถ้ามองจากกลุ่มนักเลงตัวจริงแล้วกลุ่มนี้เป็นพวกนักเลงกิ๊กก๊อก อ่อนแอ คารมดีแต่เก่งแต่ปาก

            พวกชอบชกต่อยแน่นอนในสายตาของคนญี่ปุ่นพวกนี้จัดว่าเป็นนักเลง พวกที่ชอบตามจีบสาว แหย่สาว ก็จัดอยู่ในกลุ่มนักเลงเช่นเดียวกัน เนื่องจากในอดีตโรงเรียนญี่ปุ่นส่วนมากจะแบ่งเป็นโรงเรียนชายโรงเรียนหญิงไว้ชัดเจน การที่เด็กผู้ชายไปตามตื้อตามจีบเด็กผู้หญิงในสังคมสมัยนั้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่แปลก สังคมรับไม่ค่อยได้

            วันเวลาผ่านไป สังคมเปลี่ยนไป คําๆนี้ได้กลายเป็นคําที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ซึ่งจะหมายถึงการที่ผู้ชาย(นักเลงกิ๊กก๊อก)ไปตามจีบผู้หญิง จีบดะ ไม่ว่าคนๆนั้นจะรู้จักหรือไม่ก็ตาม กลายเป็นงานอดิเรกของชายหนุ่มบางกลุ่มไปเลย

北斗ださんのこれまでのナンパ成功率は、ななな、な~んと、0パーセント(すげえ!)

สนุก น่าสนใจ
おもしろい
面白い
 

ความหมาย

          สนุก น่าสนใจ

คําอธิบาย

        คำนี้แปลว่า สนุก น่าสนใจ เขียนคันจิว่า 面白い ถ้าดูจากความหมายของคันจิ จะมีความหมายว่า หน้าขาว

                    面   +白い
                    つら +しろい
                    หน้า  + ขาว

         เห็นอะไรที่สนุกมากก็เลยหัวเราะจนหน้าซีดขาว  → หน้าขาว → おもしろい
         เห็นป้าคนหนึ่งแต่งหน้าจนขาววอกดูแล้วตลก  → หน้าขาว → おもしろい

         ถ้าดูจากคันจิ หลายๆคนอาจจะเดาเหมือนตัวอย่างข้างบน เป็นการตั้งสมมุติฐานที่น่าสนใจ

         มีอีกกระแสนึง ซึ่งเล่ากันว่า

         ในอดีต ผู้คนมักมานั่งล้อมวงผิงไฟคุยกัน แล้วก็คุยเรื่องนู้นเรื่องนี้กันสนุกสนานก่อนนอน บางคนหลับ บางคนครึ่งหลับครึ่งตื่น แต่พอมีใครเล่าเรื่องสนุก ทุกคนก็จะเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน ตรงนี้แหละคือที่มาของคํานี้ คือ พอทุกคนเงยหน้าหัวเราะ แสงสว่างจากกองไฟทำให้เห็นหน้าคนที่นั่งล้อมวงอยู่มองเป็นสีขาว คือ เวลามีอะไรสนุก น่าสนใจ จะมองเห็นหน้าคนเป็นสีขาว เป็นใบหน้าที่ขาวจากแสงสว่างของไฟ

          นอกเหนือจากนี้แล้ว ยังมีอีกหลายกระแส อันไหนจริงอันไหนเท็จไม่ทราบ แต่ไม่ว่าจะฟังอันไหนทุกอันก็ล้วนแต่เป็นเรื่องที่น่าสนใจทั้งนั้น ตรงตามความหมายของคํานี้จริงๆ

 

ขอบคุณ
ありがとう
有り難う

ความหมาย

          ขอบคุณ

คําอธิบาย

 有り難う(ありがとう) แปลว่า ขอบคุณ มาจากคำว่า 有り難し(ありがたし)ถ้าดูจากความหมายของคันจิแล้วแปลตรงๆ จะแปลว่า

               有るのは難しい。
               あるのはむずかしい。
               มียาก เกิดขึ้นยาก หรือ ไม่บ่อยนักที่จะมีเรื่องนี้เกิดขึ้น

      ในอดีต เมื่อมีเรื่องดีๆเกิดขึ้น คนญี่ปุ่นสมัยก่อนจะเชื่อกันว่าเป็นเพราะพระเจ้า เทวดาอารักษ์ เป็นผู้ทำให้เกิด และจะแสดงการขอบคุณ ยกมือไหว้ โดยบ่นพึมพำไปว่า

               こんなことは有り難いことだ。
               こんなことはありがたいことだ。
               เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก(ต้องขอขอบคุณเทวดาทั้งหลายจริงๆ)

      ผ่านไปนานเข้า ถ้ามีเรื่องดีๆเกิดขึ้นเนื่องจากมีคนคอยช่วยเหลือ การแสดงความรู้สึกขอบคุณจากการบ่นพึมพำก็กลายเป็นรูปแบบที่ตายตัว กลายเป็น ありがとう ที่คนญี่ปุ่นใช้ในชีวิตประจําวันในที่สุด

こんなサイトがあって、本当に有り難いことだ。有り難う!北斗ださん。

 เชย
ダサい

ความหมาย

           เชย

คําอธิบาย
     
      คำนี้มีใครรู้บ้างว่าแปลว่าอะไร แล้วถามต่อว่ามีใครรู้ที่มาของคํานี้บ้าง ยกมือขึ้น… ถ้าไม่รู้ลองเปิดพจนานุกรมหาดู… คิดว่าเกือบทุกคนคงต้องผิดหวัง เพราะคำนี้ถ้าไม่ใช่พจนานุกรมใหม่ๆ (บางทีก็ไม่มี) จะไม่มีเขียนไว้ เป็นคําแสลงคำหนึ่งที่มีที่มาน่าสนใจมาก
คำนี้มีที่มา มาจากคำว่า

                   田舎臭い(田舎+臭い)
                   いなかくさい(いなか+くさい)

      いなか แปลว่า บ้านนอกหรือชนบท くさい แปลว่า เหม็น ถ้าแปลตรงตัวก็คือ เหม็นกลิ่นบ้านนอก เหม็นกลิ่นสาบควาย คือ คนที่มาจากบ้านนอกเข้าไปขุดทองในเมืองกรุง การแต่งกายก็ดูจะโทรมๆ เสื้อผ้าก็เชยๆ ดูปุ๊บ..รู้เลยว่าพวกบ้านนอกเข้ากรุง ถ้าแปลสั้นๆให้ได้ความรู้สึก ก็คือ เชย นั่นเอง

      คันจิ 田舎 ถ้าอ่านออกเสียงภาษาญี่ปุ่น(くんよみ)จะอ่านว่า いなか แต่ถ้าอ่านแบบเสียงภาษาจีน(おんよみ) จะออกเสียงว่า だしゃ ก็ไม่ทราบว่าใครที่ไหนดันพิเรน แทนที่จะอ่านว่า いなか ดันเล่นเสียง..อ่านแบบจีนเป็น だしゃ พอเอาไปรวมกับ くさい ก็เลยกลายเป็น

                   だしゃ+くさい → だしゃくさい

      แล้วในที่สุดก็เปลี่ยนเป็น ださい

                   だしゃくさい → だしゃい → ださい

      แล้วเวลาเขียน ส่วนมากจะเขียนว่า ダサい เนื่องจากเป็นภาษาใหม่ที่ค่อนข้างแสลงเป็นอย่างมาก

      คำนี้เดี๋ยวนี้ใช้กันบ่อย ไม่ว่าคนกลุ่มไหน เห็นใครแต่งตัวเชยๆ พูดไปเลย…

                   ダサい!
                   เชย

      ไปเลือกเสื้อผ้ากับแฟนเห็นเสื้อผ้าแบบเชยๆ สีก็เชย ไม่น่าใส่เอาซะเลย พูดไปเลย…

                   この服、凄いダサい!
                   このふく、すごいダサい!
                   เสื้อตัวนี้เชยมาก

      อะไรที่รู้สึกว่า เชย ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเสื้อผ้า อาจจะเป็นสี หรือรูปร่างของสิ่งของ หรือสถานที่ พูดไปเลยว่า ダサい คําๆนี้เดี๋ยวนี้นอกจากจะใช้กับรูปร่างลักษณะภายนอกของสิ่งของต่างๆแล้ว ยังใช้กับการกระทำของคนด้วย เช่น กำลังเตะบอลโชว์สาวอยู่ แล้วดันวิ่งล้มเองอย่างน่าเกลียด ตอนนั้นก็บ่นพึมพํากับตัวเองไปได้เลยว่า…

                   ダサいな、俺。
                   ダサいな、おれ。

      ซึ่งจะมีความหมายว่า เสียฟอร์ม (อุตส่าห์จะโชว์สาวซักหน่อย) หรือว่า หมดหล่อเลยตู ส่วนสาวๆที่กำลังดูเราเล่นบอลอยู่ก็อาจจะนึกในใจอย่างเดียวกันว่า

                   ダサい!
                   (ผู้ชายคนนี้ทําอะไร)ทุเรศจัง!

จริงเปล่า
マジで?

ความหมาย

          จริงเปล่า

คําอธิบาย

         หลายคนคงเคยได้ยินคนญี่ปุ่นพูด เช่น

                マジっすか?
                マジで?
                マジでむかつく。

         ถ้าเปิดพจนานุกรมที่เก่าหน่อยไม่มีทางหาเจอ ถึงแม้จะเป็นพจนานุกรมภาษาญี่ปุ่นที่ขายให้คนญี่ปุ่นใช้กันก็เถอะ คํานี้คนที่รู้ก็จะรู้ว่ามันแปลว่า จริง มีความหมายและใช้เหมือน 本当(ほんとう) แล้วก็รู้อีกว่า ส่วนมากพวกวัยรุ่นชอบใช้ พวกผู้ใหญ่ไม่ชอบใช้กันเท่าไหร่ เป็นศัพท์จ๊าบๆว่างั้นเถอะ

         คนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นใหม่ๆ พอรู้ความหมายของคํานี้ ก็เป็นเรื่องธรรมดาของเด็กที่เริ่มหัดพูด ชอบเลียนแบบการใช้ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ที่มาของคํานี้

         マジ ที่มา มาจากคําว่า 真面目(まじめ)ที่แปลว่า ซีเรียส มุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง ตั้งใจ ยกตัวอย่างเช่น

                真面目に言っているの?
                まじめにいっているの?
                พูดจริงหรือเปล่า(ไม่ได้ล้อเล่น พูดแบบซีเรียสหรือเปล่า Are you serious?)

     แล้ว まじめに ก็หดตัว..เหลือเป็น まじ จากประโยคเดียวกัน สามารถพูดสั้นๆ ได้เป็น

                マジ?
                จริงเปล่า(ไม่ได้พูดเล่นนะ พูดจริงหรือเปล่า)

ถ้าความหมายเดิมของ マジ ก็คงคล้ายๆกับ まじめ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ตอนนี้ マジ มีความหมายอยู่สองอย่างคือ

  1. แปลว่า มาก เป็นคําขยาย เหมือนกับคําว่า 非常に(ひじょうに)หรือ とても 
  2. แปลว่า จริง เหมือนกับคําว่า 本当(ほんとう)หรือ 本気(ほんき)ใช้ในกรณีที่ตกใจ หรือ ไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน

เช่น

                マジ疲れた。
                マジつかれた。
                เหนื่อยมากจริงๆ

                マジうまい。
                อร่อยมากจริงๆ

           A: マジで?
                จริงเปล่า (ออกเสียง หมาจี่เด๋~ ตรงคำว่า เด๋ ลากเสียงยาวๆ)
           B: マジで。
                จริง (หมาจี่เดะ ตรงคำว่า เดะ ออกเสียงสั้นๆ)

     ประโยคสนทนาข้างบนจะคล้ายๆกับการใช้ ほんとう

           A: このサイトを作成した人は皆日本人なんだって。
                このサイトをさくせいしたひとはみなにほんじんなんだって。
                คนที่ทําเว็บไซต์นี้เห็นบอกกันว่าเป็นคนญี่ปุ่นทุกคน

            A: マジで?
                จริงเหรอ(พูดเล่นน่า)

***แถมอีกหน่อย ซัก 1 ความหมาย ไม้ได้ล้ออาจารย์สุวิทย์ที่ศูนย์ฯ ตอนที่แกยังสอนหรอกนะ แกชอบพูดออกมาเป็นภาษาไทยน่ะศิษย์แกคงรู้ดี 555
               แปลว่า โคตร ๆ เลย  ไงล่ะครับ

 

ผายลม
おなら

ความหมาย

      ผายลม

คําอธิบาย

      คํานี้มีที่มาเข้าใจง่ายมาก ก็อย่างที่มนุษย์ทุกคนทราบ ผายลม หรือ ตด เวลาปล่อยออกมามันจะส่งเสียงร้องออกมาด้วย จะดังหรือค่อยก็แล้วแต่คน จะมีกลิ่นหรือไม่มีกลิ่น อันนี้ก็แล้วแต่คนเช่นกัน แน่นอน กลิ่นจะหอมมากหรือหอมน้อย ก็แล้วแต่ลําไส้ของคนๆนั้น หรืออาหารที่กินเข้าไป แต่เอาเป็นว่า ตด ต้องเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเสียง

      ด้วยเหตุผลดังนี้ คนญี่ปุ่น จึงใช้คําว่า なら ซึ่งมาจากคําว่า 鳴らす(ならす) ที่แปลว่า ทําให้เกิดเสียง ทําให้ดัง แสดงสิ่งที่เราเรียกว่า ตด คํานี้ก็คล้ายๆกับคําว่า おいしい ที่แปลว่า อร่อย คือ เป็นคําศัพท์ของผู้หญิง ใส่ お เข้าไปข้างหน้าทําให้สุภาพมากยิ่งขึ้น เวลาผ่านไปนานเข้า คําว่า おなら ก็เลยกลายเป็นคําพูดที่ใช้กันทั่วไปว่าหมายถึง ตด ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ในอดีตผู้ชายญี่ปุ่นเวลาพูดว่า ตด เขาพูดว่าอะไร คงพูด なら เฉยๆมั้ง

      อย่างที่หลายๆคนทราบ มีจังหวัดหนึ่งในญี่ปุ่นชื่อ 奈良(なら) เด็กญี่ปุ่นชอบพูดมุขๆหนึ่ง

   A:   お家の住所は?
          おうちのじゅうしょは?
          ที่อยู่ของบ้านหนูอยู่ที่ไหนเหรอ

   B:   オナラ県、オナラ市、ナラ丁目で~す。
          おならけん、おならし、ならちょうめで~す。
          จังหวัดตด เมืองตด หมู่ตด คร้าบ…

บ้านหนูน้อยคนนี้คงเหม็นน่าดู
くさあ~!

โกหก
うそ

ความหมาย

          โกหก

คําอธิบาย

       คํานี้มีที่มาไม่แน่ชัด แต่ที่นักภาษาศาสตร์เข้าใจก็คือ คํานี้มาจากภาษาจีน

     ในอดีต มีพ่อค้าอีกาคนหนึ่งหาบเร่แผงลอยค้าอีกาไปทั่ว อยู่มาวันหนึ่ง พ่อค้าคนนี้นําอีกาไปขายที่เมืองๆหนึ่ง แล้วก็ได้ยินมาว่ามีคนต้องการซื้ออีกาสีขาว หรือ กาเผือก อีกาสมัยก่อนก็เหมือนสมัยนี้คือ ขนจะดํา แต่ด้วยความอยากขายอีกา ต้องการเรียกแขกเข้าร้าน ก็เลยโม้ไปว่าที่ร้านของเขามีอีกาสีขาวด้วย พอผู้คนเข้าไปดู ก็ปรากฎว่า ไม่มีอีกาสีขาวอย่างที่คุยไว้เลยซักตัว มีแต่อีกาสีดําเหมือนๆร้านอื่น ผู้คนก็เลยด่าพ่อค้าคนนี้ไปว่า พ่อค้าอีกาขี้โม้ โกหก

      ในภาษาจีน อีกาสีขาว จะเขียนว่า

素烏: 素(สีขาว)+烏(อีกา) อ่านออกเสียงแบบญี่ปุ่นว่า そ+う

     เนื่องจากนายคนนี้พูดโกหก พูดตรงข้าม กับความจริง ก็เลยเล่นคํา โดยการอ่านกลับ..จากข้างหลังมาข้างหน้า

素烏(そう) → 烏素(うそ)

พ่อค้าขาย กาขาว   →     พ่อค้าขาย ขาวกา

     หลังจากคํานี้เข้ามาในประเทศญี่ปุ่น วันเวลาผ่านไป คันจิตัวนี้ ก็เปลี่ยนใหม่เป็น

烏素 → 嘘

     ที่มาของคํานี้เป็นจริงอย่างไร แล้วแต่จะพิจารณา อาจจะเป็นเรื่องโกหกก็ได้ใครจะไปรู้ อย่าลืมว่า….เรากําลังคุยกันเกี่ยวกับเรื่อง "โกหก" (笑) 

こんなの、絶対うそだ~!

 

さすが
流石

ความหมาย

      สมกับเป็น สมกับคําร่ำลือ เหมือนที่ได้ยินมาเลย

คําอธิบาย

      流石(さすが) แปลว่า สมกับเป็น สมกับคําร่ำลือ เหมือนที่ได้ยินมาเลย และอีกหลายอย่าง

       คันจิของคําว่า さすが เขียนว่า 流石

           流れ(ながれ) แปลว่า กระแสนํ้า การไหล
           石(いし)          แปลว่า ก้อนหิน

       ดูจากคันจิของคํานี้จะงงว่า ทําไมต้องเขียนอย่างนี้ เพราะว่า ながれいし(ก้อนหินไหล )ไม่เห็นเกี่ยวกับความหมายของคําว่า さすが เลยแม้แต่นิดเดียว

       คําว่า 流石(さすが)เป็นภาษาญี่ปุ่นคําหนึ่งที่มาจากภาษาจีน มีเรื่องราวเล่ากันว่า….

       มีชายคนหนึ่งเบื่อโลก ต้องการอยู่แบบสันโดด ใช้ชีวิตเรียบง่าย เขาบอกกับเพื่อนไปว่า เขาต้องการอยู่อย่างเรียบง่าย ไม่ต้องสนใจโลกภายนอก ใช้ชีวิตแบบ เอาก้อนหินเป็นหมอน เอากระแสนํ้าเป็นที่ล้างหน้าล้างตา บ้วนปาก แต่แทนที่เขาจะพูดว่า

          石を枕にして寝て、流れで口を漱ぐ。
           いしをまくらにしてねて、ながれでくちをすすぐ。
           ใช้หินเป็นหมอน ใช้นํ้าเป็นที่ล้างปาก

       ชายคนนั้นพูดผิดเป็น

          れを枕にして寝て、で口を漱ぐ。
           ながれをまくらにしてねて、いしでくちをすすぐ。
           ใช้กระแสนํ้าเป็นหมอน ใช้หินไว้ล้างปาก

       เพื่อนของชายผู้นั้นก็แย้งไปว่าพูดผิด ..แต่ชายผู้นั้นก็มีไหวพริบสุดยอด และด้วยความที่ไม่ชอบแพ้ใคร เขาก็พูดแก้ไปว่า

          ผมใช้ กระแสนํ้า เป็นหมอนก็เพื่อเอาไว้ ล้างหู ให้สะอาดเสมอ
          ผมใช้ หิน ล้างปาก ก็เพราะว่าผมต้องการ ขัดฟัน ของผมให้สะอาด ขาวงามแวววับอยู่เสมอ

       เพื่อนของชายผู้นั้นฟังแล้วก็ต้องทึ่ง คิดได้ไง สุดยอด แล้วตั้งแต่นั้นมา คํานี้ก็แพร่กระจายใช้กันทั่วไป ใช้พูดเมื่อประทับใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สุดยอด ทําได้ไงอ่ะ สมกับคําร่ำลือจริงๆ…. พวกหินไหล

       ถ้าต้องการเล่นคํา เวลาจะชมใครซักคน ด้วยคําว่า さすが แทนที่จะพูดคํานี้ ลองพูดว่า ながれいし แทน… แล้วลองสังเกตปฎิกริยาของคนญี่ปุ่นดู ถ้าคนญี่ปุ่นเข้าใจว่าหมายถึง さすが ก็แสดงว่า เขารู้ว่าคํานี้เขียนคันจิอย่างไร แต่ถ้าไม่เข้าใจ..ก็แสดงว่า เขาอ่อนวิชาภาษาญี่ปุ่น(国語)ไปหน่อย คนญี่ปุ่นที่ไม่รู้คันจิและที่มาของคํานี้ก็มีเยอะ ลองทดสอบดู

ながれいし、北斗だドットコムだ。深い!

 

แม่
おふくろ  おかあさん
お袋 お母さん

 

ความหมาย

          แม่

คําอธิบาย

    ที่มาของคํานี้ไม่เป็นที่ชัดเจนเท่าไร มีหลายสมมุติฐาน อันดับแรก..เรามาดูที่ตัวคันจิ ดูความหมายตรงๆกันก่อน

    袋(ふくろ) แปลว่า ถุง ใส่ お เข้าไปทําให้สุภาพมากขึ้น แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคําว่า แม่ ล่ะ

    ภาษาไทย ถ้าถามว่า แม่ แปลว่าอะไร หลายๆคนก็คงตอบคล้ายๆกันว่า แม่คือผู้ให้กําเนิดเรา แม่คือผู้อุ้มท้องเรามา แล้วแม่ใช้อะไรอุ้มท้องเรา ก่อนเราเกิดเราอยู่ที่ไหน แน่นอนก่อนเราเกิดเราอยู่ในท้องแม่ ถ้าพูดตามหลักการแพทย์นิดนึงคือ เราอยู่ในมดลูกของแม่ แล้วมดลูกหน้าตาเป็นอย่างไร มดลูกมีลักษณะคล้ายๆกับถุง อืม… เริ่มเข้าใกล้แล้ว

      เขียนมาถึงขนาดนี้ หลายๆคนคงพอจะเดาได้แล้ว おふくろ ที่แปลว่าถุงเนี่ย มันหมายถึง มดลูกของผู้หญิง หญิงผู้นั้นก็คือแม่ของเรา แล้วมันก็กลายพันธุ์มาเรื่อยๆ จนหมายถึง แม่ของเรา ในที่สุด

      ที่มาของคํานี้มีคําอธิบายอีกอย่างหนึ่ง อันนี้ก็เช่นเดียวกัน จริงหรือไม่จริงไม่ทราบ ลองมาดูกัน.. เวลาแม่อุ้มลูกแม่จะกอดลูกไว้ที่อกตัวเอง ซึ่งคําว่า อก ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า 懐(ふところ)ยกตัวอย่างเช่น

      赤ん坊はお母さんの懐に抱かれて眠っている。
       あかんぼうはおかあさんのふところにだかれてねむっている。
     
 เด็กทารกนอนหลับอยู่ในอ้อมอกของแม่ (ถูกกอดอยู่ที่อกของแม่)

      แล้วคําว่า ふところ เวลาพูดเกี่ยวกับแม่ ก็กลายเสียงเป็น おふくろ ในที่สุด

ふところ –> おふくろ

     ที่อธิบายไป หลายๆคนอาจยังไม่เชื่อ ไม่เชื่อน่ะดีแล้ว เพราะยังมีคําอธิบายอีกอย่างหนึ่งที่น่าเชื่อถือกว่า คําอธิบายข้างบนค่อนข้างเป็นการตีความหลังจากที่นําคํานี้มาใช้แล้ว ถ้ามองทางประวัติศาสตร์ ในอดีตผู้หญิงญี่ปุ่นในวังสมัยก่อนที่มีตําแหน่งใหญ่ๆ โตๆ จะมีอํานาจมากในครอบครัวเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ก็เหมือนกับสังคมญี่ปุ่นในปัจจุบันนี้ ซึ่งภรรยาจะเป็นคนจัดการเก็บเงินที่สามีหามา ในอดีตสร้อยแหวนเงินทองของมีค่าต่างๆ คุณแม่จะเป็นคนเก็บใส่ถุงเอาไว้ เขาก็เลยเรียกคนที่เก็บเงินหรือสมบัติใส่ถุงกันว่า

    お袋様(おふくろさま) ซึ่งหมายถึง หญิงที่มีศักดิ์สูงๆ เป็นแม่ของคนใหญ่ๆ โตๆ  
   
      ในปัจจุบัน おふくろ(さま)ก็ได้กลายเป็นภาษาญี่ปุ่นที่คนญี่ปุ่นทั่วไปใช้ ซึ่งหมายถึง มารดา หรือ แม่

      คําที่คล้ายๆกันก็คือ คําว่า お母さん(おかあさん)ที่ทุกคนรู้จักดี ในอดีต คนในสังคมชั้นสูง ในวัง จะเรียกแม่ว่า

      お方様(おかたさま) เวลาผ่านไปหลายศตวรรษ คํานี้ก็กลายมาเป็น おかあさん

おかたさま –> おかかさま –> おっかさん –> おっかあ  –> おかあさん

   คําพวกนี้ ที่มาส่วนมากมาจากในวัง ในเชื้อพระวงศ์ หรือ การเรียกชื่อบุคคลในสังคมชั้นสูงของญี่ปุ่นในอดีต แล้วต่อมาคนญี่ปุ่นก็นํามาใช้กันทั่วไป กลายเป็นภาษาญี่ปุ่นทั่วไปในที่สุด

 

อร่อย
おいしい
美味しい

ความหมาย

          อร่อย

คําอธิบาย

     ร้านโออิชิ ทําไมเรียกว่า โออิชิ ทําไมไม่เรียกว่า ร้านโออิชี่      โออิชี่ แปลว่า อร่อย แต่โออิชิ..ไม่ใช่ คนคิดชื่อร้านไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นจึงเขียนผิด หรือมีอะไรที่ลึกซึ้งมากกว่านั้น มาลองอ่านนี่กัน แล้วอาจจะเข้าใจได้ว่า เขาอาจจะไม่ได้เขียนผิด อย่างที่คนรู้ภาษาญี่ปุ่นคิดกันก็ได้

     คําว่า おいしい(美味しい) ที่แปลว่า อร่อย มาจากคําว่า いし ที่แปลว่า ดีเลิศ ยอดเยี่ยม ในภาษาเก่า ใช้เวลาต้องการชมคน หรืออะไรก็ตามที่ตนเองรู้สึกว่ามันเยี่ยม คล้ายๆกับคําว่า すばらしい ใครไม่เชื่อลองใช้คอมพิวเตอร์พิมพ์คําว่า いし แล้วลองเปลี่ยนเป็นคันจิดู

     ผลลัพธ์หลังเปลี่ยนเป็นคันจิของคําว่า いし

良し、好し、善し 

    ซึ่งทั้ง 3 ตัว ความหมายตามคันจิแล้ว แปลว่า ดี ..แล้วเวลาผู้หญิงสมัยก่อนเพูด (เดี๋ยวนี้ก็เช่นเดียวกัน) มักจะ ใส่ お เข้าไปข้างหน้าเพื่อทําให้สุภาพมากยิ่งขึ้น

いし –> おいし

     ต่อมา คํานี้ก็ใส่ い  เข้าไปท้ายประโยคเพื่อทําให้เป็นคําคุณศัพท์ อย่างที่เราใช้กันในปัจจุบัน

おいし –> おいしい

     ที่มาของคําว่า おいしい  เป็นแบบนี้

     แล้วตกลง..เสียงอ่านของร้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีชื่อว่า โออิชิ นี่อ่านถูกไหม คําตอบก็คือ ถ้าเอาเกณฑ์ของภาษาญี่ปุ่นปัจจุบันเป็นตัววัดแล้วล่ะก็…อ่านผิด เพราะว่าถ้าต้องการสื่อความหมายว่า อร่อย ต้องพูดว่า โออิชี่ ไม่ใช่ โออิชิ แล้วร้านระดับนี้ ทําไมเวลาตั้งชื่อร้านไม่ยอมปรึกษาใครเลย มั่วเองหรือเปล่า… เดาได้ 3 อย่าง

  1. รู้ภาษาญี่ปุ่นไม่ดีพอ เนื่องจากฟังผิด จากที่น่าจะเป็น โออิชี่ ก็เลยเพี้ยนเป็น โออิชิ ทําให้ คนไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น พูดผิดกันทั้งประเทศ
  2. เวลาเขียนคําที่มาจากภาษาญี่ปุ่น ไม่นิยมใส่วรรณยุกต์ ดังนั้นคํานี้ สระอี ก็เลยหายไป
  3. ผู้คิดชื่อนี่สุดยอดแล้ว.. รู้ว่า คําว่า โออิชิ(おいし) เป็นภาษาเก่า คํานึงที่สวยเหมาะจะเอามาเป็นชื่อร้าน

     ความเป็นจริงเป็นอย่างไรไม่อาจทราบได้ แต่ที่บอกได้ก็คือ คําว่า โออิชิ (おいし) น่ะมีแน่ แล้วเป็นคําที่มีความหมายดีมากด้วย ส่วนอาหารในร้านเป็นอย่างไร แล้วแต่คนชอบ แต่…ชื่อร้าน…ลึกซึ้ง

     มีข้อสังเกตอีกอย่าง เวลาต้องการพูดว่า ..อร่อย.. ผู้ชายมักพูดว่า うまい มากกว่า คําว่า おいしい (แน่นอนจะพูดว่า… おいしい ก็ได้..ไม่มีปัญหา) แต่… ผู้หญิงจะพูดคําว่า おいしい เกือบทุกคน ทําไม?

ก็เพราะว่า おいしい เป็นภาษาของผู้หญิงนั่นเอง    

อย่างเต็มความสามารถ
いっしょうけんめい
一生懸命

ความหมาย

          อย่างเต็มที่ อย่างเต็มความสามารถ

คําอธิบาย

         คํานี้ใช้ขยายคํากริยา ว่าจะทําอย่างนั้น…อย่างเต็มความสามารถ

ที่มาของคํานี้น่าสนใจมาก
         อันดับแรก คํานี้เขียนได้สองอย่าง แต่จะเรียกว่าเขียนได้สองอย่างก็ไม่เชิง เพราะเป็นคําศัพท์คนละตัว ความหมายเหมือนกัน แต่เสียงอ่านและคันจิที่ใช้ต่างกันเล็กน้อย

  1. 一所懸命(いっしょけんめい)
  2. 一生懸命(いっしょうけんめい)

      ทั้งสองคํามีความหมายเหมือนกัน แปลว่า พยายาม ○○ อย่างเต็มที่ อย่างเช่น

               一生懸命(一所懸命)日本語を勉強します。
               いっしょうけんめい(いっしょけんめい)にほんごをべんきょうします。
               จะพยายามเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ อย่างเต็มความสามารถ

     แล้วทั้งสองตัวนี้มันต่างกันอย่างไร อย่างที่บอกไป…

               – ออกเสียงต่างกันนิดหน่อยตามตัวคันจิ
               – ความหมายเหมือนกัน ณ ปัจจุบันนี้

     ถ้าย้อนไปในอดีตกาลนานมาแล้ว จะมีแต่คําว่า 一所懸命(いっしょけんめい) ในสมัยที่มีสงคราม มีการต่อสู้กันในแคว้นต่างๆของญี่ปุ่น ผู้คนที่เป็นเจ้าถิ่นจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะรักษาแผ่นดินเกิดของตนเองเอาไว้ เวลาพูดเกี่ยวกับการป้องกันเมืองของตน

               一箇所を懸命に守る。
               いっかしょを けんめいに まもる。
               พยายามรักษาที่แห่งนี้ไว้อย่างเต็มความสามารถ

               いっかしょ +          けんめいに        +      まもる
               
ที่แห่งนี้      +    อย่างเต็มความสามารถ    +       ปกป้องรักษา

     แล้วประโยคนี้ก็กลายมาเป็น

               一所懸命に守る。
               いっしょけんめいにまもる。
               พยายามป้องกันรักษาอย่างเต็มที่

       สรุปคือ

いっしょ+けんめい → いっしょけんめい(一所懸命)

      ซึ่งมีความหมายว่า พยายามอย่างเต็มที่ เป็นการเน้นคําว่า 懸命(けんめい)ให้ดูหนักแน่นมีนํ้าหนักมากยิ่งขึ้นว่า ที่ตรงนี้ของข้า..ใครอย่าแตะ

    ส่วน 一生懸命(いっしょうけんめい)

いっしょうけんめい= いっしょう+けんめい

      เป็นคําที่กลายพันธุ์มาจากตัวแรก ถ้าดูคันจิ

一所 一生
ที่หนึ่งแห่ง
ตลอดชีวิต

    一生+懸命 ถ้าแปลตรงตัวจะแปลว่า พยายามตลอดชีวิต เพื่อที่จะให้ได้สิ่งนั้นมา ตีความหมายทํานองที่ว่า การทําอะไรที่พยายามอย่างต่อเนื่อง เผลอๆทําไปตลอดชีวิต คนญี่ปุ่นคงชอบเสียงยาวมากกว่าเสียงสั้น ฟังดูแล้วให้ความรู้สึกที่ดีมากกว่า และคงชอบคันจิตัวหลัง(一生)มากกว่า ซึ่งดูแล้วจะสื่อถึงความพยายามมากกว่าคันจิตัวแรก วันเวลาผ่านไป คํานี้ก็เลยกลายเป็นคําที่พูดติดปาก และกลายเป็นศัพท์ภาษาญี่ปุ่นตัวใหม่ไปในที่สุด

     ปัจจุบันนี้ จะใช้ตัวไหนก็ได้ ไม่มีความแตกต่างกัน  แต่…ถ้าอยากเล่นคํา อย่างเช่น เวลาเขียนเรียงความ หรือ จดหมาย
เวลาต้องการเขียนทํานองที่ว่า พยายามปกป้อง ต่อสู้ เพื่อให้ได้สิ่งๆนั้นมา หรือ เพื่อไม่ให้เสียสิ่งนั้นไป ถ้าใช้ 一所懸命 (いっしょけんめい)อาจจะให้ความรู้สึกที่ดีกว่า แต่ถ้าต้องการพูดว่า พยายามอย่างเต็มที่ ในกรณีที่ต้องพยายามอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะให้ได้สิ่งนั้นมา ใช้ 一生懸命(いっしょうけんめい)อาจจะดีกว่า

                     君を一所懸命守るから。
                    きみをいっしょけんめいまもるから。
                    ผมจะปกป้องคุณอย่างเต็มที่(มิให้ใครมาทําอันตรายคุณได้)

                    君を一生懸命守るから。
                    きみをいっしょうけんめいまもるから。
                    ผมจะปกป้องคุณอย่างเต็มที่(และจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป)

 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ปัจจุบันจะใช้ตัวไหนก็ได้ไม่ผิด แต่ส่วนมากจะใช้ 一生懸命(いっしょうけんめい) มากกว่า
้ 一所懸命(いっしょけんめい) ซึ่งตัวหลังคนสูงอายุชอบใช้ ชอบเขียน ก็สมเหตุสมผล ตามอายุของคํา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s