คำที่มีความหมายคล้ายกันในภาษาญี่ปุ่น

  すみません  VS ごめんなさい  
     

           สองคํานี้มีความหมายเหมือนกัน ในกรณีที่ต้องการกล่าวขอโทษ

         ごめんなさい แปลว่า ขอโทษครับ ขอโทษค่ะ ใช้ได้กรณีเดียวความหมายเดียว
       
               เช่น

                ごめんなさい。もう二度としません。
                ごめんなさい。もうにどとしません。
                ขอโทษครับ ผมจะไม่ทำอีกเป็นอันขาดครับ

                お忙しいところをお邪魔してごめんなさい。
                おいそがしいところをおじゃましてごめんなさい。
                ขอโทษนะครับที่มารบกวนตอนที่กำลังยุ่งอยู่

        ส่วน すみません มีความหมายและวิธีใช้มากมาย แปลว่า ขอโทษก็ได้ ขอบคุณก็ได้ สรุปวิธีการใช้ได้ดังนี้

วิธีการใช้ すみません

สถานการณ์
ความหมาย
คําอธิบาย
กล่าวขอโทษ
ขอโทษครับ ขอโทษค่ะ ใช้ในการกล่าวขอโทษมีความหมายเหมือน ごめんなさい
ภาษาอังกฤษคือ I am sorry.
กล่าวขอบคุณ
ขอบคุณครับ ขอบคุณค่ะ ใช้ในการกล่าวขอบคุณมีความหมายเหมือน ありがとう
ภาษาอังกฤษคือ Thank you.
เรียกคน ขอร้องคน
ขอโทษครับ ขอโทษค่ะ ใช้เรียกคน ขอร้องคนให้ช่วยทําอะไรบางอย่างให้
ภาษาอังกฤษคือ Excuse me.

        ตัวอย่าง

                遅れてすみません。
                おくれてすみません。
                ขอโทษที่มาสายครับ (กล่าวขอโทษ)
                →  ใช้ ごめんなさい ก็ได้

                わざわざ遠くから来てくれてどうもすみませんでした。
                わざわざとおくからきてくれてどうもすみませんでした。
                ขอบคุณมากเลยครับที่อุตส่าห์มาแต่ไกล (กล่าวขอบคุณ)
                →  ใช้ ありがとう  ก็ได้

                すみませんが、その本をとってくれませんか。
                すみませんが、そのほんをとってくれませんか。
                ขอโทษครับ ช่วยหยิบหนังสือเล่มนั้นให้หน่อยได้ไหมครับ (ขอร้องคน)

                すみません。誰かいませんか。
                すみません。だれかいませんか。
                ขอโทษครับ มีใครอยู่ไหมครับ (เรียกคน)
                →  ถ้าต้องการให้สุภาพมากยิ่งขึ้นส่วนมากจะใช้คําว่า ごめんください

                すみません。ちょっと通して下さい。
                すみません。ちょっととおしてください。
                ขอโทษครับ ช่วยหลีกทางหน่อยได้ไหมครับ (ขอร้องคน)

       จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า すみません มีความหมายหลายอย่าง จําแค่คําเดียวใช้ได้มากมายหลายสถานการณ์เป็นคําที่น่าจํามากคําหนึ่ง แต่….ความรู้สึกต่อสิ่งๆนั้นจะไม่หนักแน่นเท่าไรเป็นการขอบคุณหรือขอโทษแบบเบาๆไม่ซีเรียสมาก ดังนั้น ถ้าต้องการขอบคุณ(จากใจจริง) ใช้ ありがとうございます อาจจะดีกว่า เช่นกัน ถ้าต้องการกล่าวขอโทษ(จากใจจริง) ใช้ ごめんなさい จะดีกว่า สําหรับผู้ฟังความรู้สึกที่ได้ยินคําขอบคุณหรือขอโทษด้วย ありがとうございます หรือ ごめんなさい ก็จะดีกว่า すみませんซึ่งผู้ฟังหรือคู่กรณีจะรู้สึกว่าได้รับคําขอบคุณหรือขอโทษจากใจจริงของผู้พูด

       

  ~ために  VS ~ように  
         

ทั้งสองคําถ้าแปลเป็นไทย แปลว่า เพื่อ(ที่จะ) เป็นคําแสดงจุดมุ่งหมายจุดประสงค์ของผู้พูด มีความหมายและวิธีการใช้ที่ค่อนข้างคล้ายกัน

        โครงสร้างของประโยคที่ใช้ ために
                ประโยค A +ために、ประโยค B

        โครงสร้างของประโยคที่ใช้ ように
                ประโยค A +ように、ประโยค B

        วิธีการแยกใช้ดูได้จาก
               – ประธานของประโยคทั้ง 2
               – ประเภทของคํากริยาในประโยคแรก

        การใช้ ために
        ถ้า ประโยค A และ ประโยค B ประธานตัวเดียวกัน และกริยาในประโยค A เป็นกริยาที่บ่งบอกถึงความตั้งใจของผู้พูด ในกรณีนี้เท่านั้นจะใช้ ために ซึ่งกริยาที่บ่งบอกถึงความตั้งใจของผู้พูดส่วนมากก็คือ สกรรมกริยาที่เป็นรูปพจนานุกรม (จะทํา จะกิน จะดู จะเรียน ….)
        เข้าใจง่ายๆคือ ใช้แสดงจุดมุ่งหมายว่า ทําสิ่งนั้นเพื่ออะไร แล้วทําไปทําไม

        เช่น

        日本語を勉強するために日本に行った。
        にほんごをべんきょうするためににほんにいった。
        ไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อที่จะเรียนภาษาญี่ปุ่น
        – – – – – ประธานมีตัวเดียวคือ ฉัน กริยาก่อนためにเป็นกริยาที่บอกถึงความตั้งใจว่า อยากจะเรียนภาษาญี่ปุ่น

        映画を見るためにロビンソンに行った。
        えいがをみるためにロビンソンにいった。
        ไปโรบินสันเพื่อที่จะดูหนัง
        – – – – – ประธานมีตัวเดียวคือ ฉัน กริยาก่อนためにเป็นกริยาที่บอกถึงความตั้งใจว่า อยากจะดูหนัง

        病気を治すために病院に行った。
        びょうきをなおすためにびょういんにいった。
        – – – – – ประธานมีตัวเดียวคือ ฉัน กริยาก่อนためにเป็นกริยาที่บอกถึงความตั้งใจว่า อยากจะรักษาโรค

        การใช้ ように
        1. ประโยค A และ ประโยค B ประธานจะเป็นคนละตัวกัน
        2. ถึงแม้ว่าประธานเป็นตัวเดียวกันกริยาในประโยคหน้าต้องไม่ใช่กริยาที่บ่งบอกถึงความตั้งใจของผู้พูด
            ซึ่งส่วนมากจะเป็นกริยารูปสามารถ หรือ กริยารูปปฏิเสธ

        เข้าใจง่ายๆคือ ใช้แสดงจุดมุ่งหมายว่า ทําสิ่งนั้นเพื่อให้เกิดอะไร หรือ ไม่ให้เกิดอะไร

        เช่น

        日本語が話せるように毎日勉強している。
        にほんごがはなせるようにまいにちべんきょうしている。
        เรียนภาษาญี่ปุ่นทุกวันเพื่อให้พูดภาษาญี่ปุ่นได้
        – – – – – ประธานมีตัวเดียวคือ ฉัน กริยาก่อนようにเป็นกริยาที่บอกถึงความเป็นไปได้(รูปสามารถ)

        病気が治るように薬を飲んだ。
        びょうきがなおるようにくるりをのんだ。
        ดื่มยาเพื่อให้หายป่วยจากโรค
        – – – – – ประธานมี 2 ตัว คือ โรค และ ฉัน

        私がわかるように(あなたが)話して下さい。
        わたしがわかるようにはなしてください。
        พูดให้ฉันเข้าใจหน่อย
        – – – – – ประธานมี 2 ตัว คือ ฉัน และ คุณ

        泥棒が入れないように鍵をかけた。
        どろぼうがはいれないようにかぎをかけた。
        ใส่กุญแจเืพื่อไม่ให้ขโมยเข้ามาได้
        – – – – – ประธานมี 2 ตัว คือ ขโมย และ ฉัน กริยาก่อนようにเป็นกริยารูปปฏิเสธ

        ข้อสังเกตอย่างหนึ่งของการใช้ ように                
        ในกรณีที่ประธานเป็นตัวเดียวกันจะให้ความรู้สึกถึง ความพยายาม ความมานะ ของประธาน เพื่อที่จะทําให้เกิดสิ่งนั้นให้ได้ (ไม่ได้ → ได้) ดังนั้นส่วนมาก ように จึงใช้กับประโยคที่เป็นรูปสามารถ เช่น たべられる(สามารถทานได้) はなせる(พูดได้) できる(ทําได้)

       หมายเหตุ
       ทั้ง 2 คํายังมีความหมายและวิธีใช้แบบอื่นอีก

 

 

 

  きれい「な」 VS うつくしい  
 
         

          きれい「な」 เป็นคําคุณศัพท์แบบ な ส่วน うつくしい เป็นคําคุณศัพท์แบบ い ทั้งสองคําแปลว่า สวย ใช้แทนกันได้เมื่อเราเห็นอะไรที่สวยๆงามๆ แต่ไม่ใช่ทุกกรณี ลองไปดูความหมายของสองคํานี้กันก่อน

          美しい(うつくしい)

          ความหมาย
                    สวย งาม

          ตัวอย่าง

          彼女は とても 美しいです。
          かのじょは とても うつくしいです。
          เธอสวยมาก

          あの歌手は 美しい声を しています。
          あのかしゅは うつくしいこえを しています。
          นักร้องคนนั้นเสียงเพราะ

          この辺の 景色は 実に 美しい。
          このへんの けしきは じつに うつくしい。
          ทิวทัศน์แถวนี้ สวยงามจริงๆ

          綺麗「な」(きれい「な」)

          ความหมาย
                    สวย งาม สะอาด บริสุทธิ์ ไม่มีมลทิน เป็นระเบียบเรียบร้อย หมดจดไม่มีเหลือ

          ตัวอย่าง

          彼女は とても 綺麗です。
          かのじょは とても きれいです。
          เธอสวยมาก

          あの歌手は 綺麗な声を しています。
          あのかしゅは きれいなこえを しています。
          นักร้องคนนั้นเสียงเพราะ

          この辺の 景色は 実に 綺麗だ。
          このへんの けしきは じつに きれいだ。
          ทิวทัศน์แถวนี้ สวยงามจริงๆ

          この部屋を 綺麗に して下さい。
          このへやを きれいに してください。
          ทําห้องนี้ให้สะอาดซะ

          これは 綺麗な 水だ。
          これは きれいな みずだ。
          นี่เป็นนํ้าที่สะอาด

          これは 綺麗な お金ではない。
          これは きれいな おかねではない。
          นี่ไม่ใช่เงิน(ที่ได้มาอย่าง)สะอาด(มีมลทิน อาจได้มาจากคอรัปชั่น หรือ ขโมยมา)

          前髪を 綺麗に 分ける。
          まえがみを きれいに わける。
          แบ่งผมหน้าอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

          借金は 綺麗に 返しました。
          しゃっきんは きれいに かえしました。
          หนี้ที่มีอยู่คืนหมดเรียบร้อยแล้ว

          จากตัวอย่างข้างบน จะเห็นว่า きれい「な」 มีความหมายหลายอย่างมากกว่า うつくしい คือ อะไรที่เห็นว่าสวย อะไรที่ได้ยินว่าไพเราะ สองคํานี้ใช้แทนกันได้ แต่ในความหมายอื่นของ きれい「な」 เช่น สะอาด เรียบร้อย หมดจด จะใช้ うつくしい แทนไม่ได้

          นอกจากนี้ ในความเป็นจริงแล้ว ในกรณีที่แปลว่า สวย แปลว่า งาม うつくしい จะให้ความรู้สึกประทับใจของผู้พูดมากกว่าใช้ きれい「な」

 

 

  となり VS よこ VS そば  
 
 
          สามคำนี้จะแปลคล้ายกัน คือ ข้างๆ หรือ ใกล้ๆ การใช้ก็คล้ายๆกัน เช่น

          学校は銀行の隣にあります。
          がっこうはぎんこうのとなりにあります。
          โรงเรียนอยู่ ข้างๆ ธนาคาร

          学校は銀行の横にあります。
          がっこうはぎんこうのよこにあります。
          โรงเรียนอยู่ ข้างๆ ธนาคาร

          学校は銀行の側にあります。
          がっこうはぎんこうのそばにあります。
          โรงเรียนอยู่ ใกล้ๆ ธนาคาร

          ทั้งสามตัวอย่างความหมายคล้ายๆกัน แล้วมันต่างกันอย่างไร เราลองมาดูความหมายของแต่ละคํากัน

隣(となり)

 แปลว่า ข้างๆ ใช้บอกตำแหน่งของวัตถุหรือสถานที่ ที่อยู่ติดกันโดย ไม่มีอะไรมาคั่นกลาง

横(よこ)

คํานี้เป็นคําที่แสดงทิศทางหรือแนวของวัตถุที่อยู่ในแนวนอน(ไม่ใช่แนวตั้ง) แนวซ้ายขวา(ไม่ใช้หน้าหลัง) แนวออกตก(ไม่ใช่หนือใต้) ข้างๆ(ไม่ใช่หน้าหลัง) ดังนั้นเวลาใช้คํานี้มันจะแฝงเรื่องทิศทางเข้าไปด้วย
ในกรณีที่เราแปลว่าข้างๆจะมีความหมายเหมือน となり แต่จะไม่สนว่าสิ่งที่พูดถึงจะติดกันหรือไม่ เราสนแค่ว่า ทิศทางของมันอยู่ข้างๆไม่ซ้ายก็ขวา แต่ไม่ใช่ข้างหน้าไม่ใช่ข้างหลัง    

 

側(そば)

แปลว่า ใกล้ๆ จะอยู่ติดกันเลย หรือ ไม่ติดกัน จะเป็นทิศเหนือทิศใต้ ทิศไหนไม่สน เราสนแค่ ระยะทาง ของมันว่า มันใกล้กันหรือไม่

 

          จากความหมายข้างบน จะใช้คำไหนคงอยู่ที่ตำแหน่ง แนว หรือ ระยะทาง

          私の家は彼の家の側にあります。
          わたしのうちはかれのうちのそばにあります。
          บ้านฉันอยู่ใกล้ๆบ้านเขา

          ในกรณีนี้ เราได้แค่ข้อมูลที่ว่าบ้านของสองคนนี้อยู่ใกล้กัน ระยะทางที่จะเดินไปมาหากันคงไม่ไกลมาก แต่บ้านสองหลังนี้อยู่ติดกันหรือไม่เราไม่รู้ ถ้ามีข้อมูลอื่นที่ละเอียดมากกว่านี้ อย่างเช่น ถ้ารู้ว่าอยู่ติดกันแลย ก็น่าจะใช้ となり แล้วถ้าต้องการบอกว่าอยู่ด้านข้าง ไม่ใช่ด้านหน้าไม่ใช่ด้านหลังนะ ก็ใช้ よこ

****คำว่า そば (傍、側、側傍) บางทีใช้ตัวพวกนี้ก้อมีนะครับไม่ต้องงงนะครับ 

 

 

  พักยกกันหน่อยก่อนเอาต่อนะ

ถ้าจะให้ดีเวลาใช้งานให้พริ๊นต์ออกมาอ่านนะครับ

เป็นประโยชน์มากนะเนี่ยไม่ได้โม้

(ถ้าเล่นที่ร้านเน็ตก้อเล่นร้านที่มี่เครื่องพริ๊นต์นะ)

 
                  
อุตส่าห์
せっかく VS わざわざ  
 
 

   สองคำนี้แปลเป็นภาษาไทยว่า อุตส่าห์ เป็นคำที่มีความหมายใกล้เคียงกันมาก บางสำนวนจะใช้ตัวไหนก็ได้ แต่ก็มีอีกเยอะที่ใช้แทนกันไม่ได้ เราลองมาดูความหมายของแต่ละตัวกันก่อน

     せっかく แปลว่า อุตส่าห์ เนื้อหาของคำหรือประโยคที่ตามหลังคำนี้ จะเป็นสิ่งที่ผู้พูดต้องการ หวัง อยากทํา หรืออยากลองทํา เช่น

          せっかくですから、食べてみましょうか。
          せっかくですから、たべてみましょうか。
          ไหนๆก็อุตส่าห์(ทําให้ ซื้อมาให้ลองทาน ฯลฯ)แล้ว ลองทานกันซักหน่อยเป็นไร

          せっかくチェンマイまで来たのだから、ドーイステップまで行きましょうか。
          せっかくチェンマイまできたのだから、ドーイステップまでいきましょうか。
          ไหนๆก็อุตส่าห์มาถึงเชียงใหม่แล้ว ไปเที่ยวดอยสุเทพกันไหม

          せっかくここまで来たのだから、入ってみましょう。
          せっかくここまできたのだから、はいってみましょう。
          อุตส่าห์มาถึงที่นี้แล้ว ลองเข้าไปกันไหม

     わざわざ ในความหมายที่ใช้บ่อยๆ แปลว่า อุตส่าห์ หรือ ไม่ต้อง…ก็ได้ เนื้อหาของคำหรือประโยคที่ตามหลังคำนี้ ถ้ามองจากผู้พูดจะรู้สึกว่า ถึงแม้จะเป็นความตั้งใจของคนๆนั้นก็ตาม เป็นการกระทําที่น่าขอบพระคุณก็ตาม แต่การกระทํานั้นเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น เป็นเรื่องที่ทำให้เสียแรง เสียเวลา เช่น

          わざわざどうもありがとうございます。
          ขอบคุณมากครับ(ที่อุตส่าห์ …. )
          (เป็นพระคุณอย่างมากครับ แต่ความจริงไม่ต้องทําถึงขนาดนั้นก็ได้ครับ)

          こんなひどい雨の中をわざわざ来てくれなくてもよかったのに。
          こんなひどいあめのなかをわざわざきてくれなくてもよかったのに。
          ฝนตกหนักขนาดนี้ (ความจริง)ไม่จำเป็นต้องมาก็ได้
          (ไม่จำเป็นต้องมาตอนฝนตกมาวันอื่นก็ได้ แต่ก็ยังอุตส่าห์ ตั้งใจมา)

          わざわざ空港まで見送ってくれなくてもよかったのに。
          わざわざくうこうまでみおくってくれなくてもよかったのに。
          ความจริง ไม่ต้องมาส่งถึงสนามบินก็ได้
          (การมาส่งถึงสนามบินเป็นเรื่องที่ผู้พูดคิดว่าไม่จำเป็น แต่ก็ยังอุตส่าห์ ตั้งใจมาส่ง)

          彼は近くの店で買えるのにわざわざ遠くまで買いに行った。
          かれはちかくのみせでかえるのにわざわざ遠くまでかいにいった。
          ร้านใกล้ก็ซื้อได้ แต่เขา ก็ยังอุตส่าห์ไปซื้อซะไกลเชียว
           (ผู้พูดคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องไปซื้อไกล เสียทั้งเงินและเวลา ร้านใกล้ๆก็มีขาย)

     ตัวอย่างวิธีใช้ข้างบนจะใช้แทนกันไม่ได้

     แต่ถ้าต้องการพูดในสํานวนที่ว่า อุตส่าห์○○แท้ๆ แต่ไม่○○ คือใช้กับประโยค ~のに ในกรณีนี้จะใช้ตัวไหนก็ได้ เช่น

          せっかく・わざわざ  電話してもらったのに、留守ですみません。
          せっかく・わざわざ  でんわしてもらったのに、るすですみません。
          อุตส่าห์โทรมา ขอโทษนะครับที่ไม่อยู่

          せっかく・わざわざ  持ってきたのに、全然使ってくれない。
          せっかく・わざわざ  もってきたのに、ぜんぜんつかってくれない。
          คนอุตส่าห์เอามาให้ แต่ก็ไม่ยอมใช้

          せっかく・わざわざ  雨の中を会いに行ったのに、彼女がいなかった。
          せっかく・わざわざ  あめのなかをあいにいったので、かのじょがいなかった。
          อุตส่าห์ไปหาเธอกลางฝน แต่เธอก็ไม่อยู่  (อยากพบเธอก็เลยไปหาถึงแม้ฝนจะตก)

 

 

 

  ~から VS ~より
 

ทั้งสองคำมีความหมายเหมือนกันแปลว่า จาก หรือ ตั้งแต่ ใช้แสดงจุดเริ่มต้นของเวลาหรือสถานที่ เช่น

                   パーティーは9時より始まります。
                   パーティーは9じよりはじまります。
                   งานเลี้ยงจะเริ่มตั้งแต่สามทุ่ม

                   この店は午前10時より開店します。
                   このみせはごぜん10じよりかいてんします。
                   ร้านนี้จะเปิดตั้งแต่ 10 โมงเช้า

                   ここより富士山が見える。
                   ここよりふじさんがみえる。
                   มองเห็นภูเขาไฟฟูจิจากที่นี่

                   私はタイから(より)来ました。
                   わたしはタイから(より)きました。
                   ผมมาจากประเทศไทย

                   仕事は午前10時から(より)始まります。
                   しごとはごぜんじゅうじから(より)はじまります。
                   งานเริ่มตั้งแต่ 10 โมงเช้า

                   私は午前8時から(より)働いています。
                   わたしはごぜんはちじから(より)はたらいています。
                   ฉันทํางานตั้งแต่ 8 โมงเช้า

        ดูวิธีการใช้ から และ より

         ตัวอย่างข้างบน ทั้งสองคำสามารถใช้แทนกันได้ แต่ในกรณีที่ใช้ร่วมกับคําว่า しか~ない เช่น

                   関係者以外は9時からしか入れません。
                   かんけいしゃいがいはくじからしかはいれません。
                   ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าได้ ตั้งแต่ 9 โมงเช้า เท่านั้น 

         ถ้าเปลี่ยน から เป็น より

                   関係者以外は9時よりしか入れません。
                   かんけいしゃいがいはくじよりしかはいれません。
 
         ซึ่งจะฟังเพี้ยนๆ…แทบไม่มีใครเขาพูดกัน

         นอกจากนั้นในสํานวน ~から~まで เช่น

                   バンコクからチエンマイまでの距離はどのぐらいですか。
                   バンコクからチェンマイまでのきょりはどのぐらいですか。
                   ระยะทาง ตั้งแต่กรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ ประมาณเท่าไร

         ประโยคนี้ก็เช่นเดียวกัน จะใช้ より แทนก็ได้ ฟังแล้วก็พอเข้าใจ แต่จะฟังดูเพี้ยนๆ ความเป็นธรรมชาติของภาษาจะหายไป

         สรุปคือ より ใช้แทน から ได้ ยกเว้น ในกรณีที่ใช้ร่วมกับคำว่า しか~ない หรือ สํานวนที่อยู่ในรูป ~から~まで

ถ้าไม่เชื่อก็ลองใช้ด

 

 

  段々(だんだん) VS 少しずつ(すこしずつ)
 

สองคํานี้มีความหมายเหมือนกัน แปลว่า ทีละเล็กทีละน้อย หรือ ค่อยๆ แต่ก็ใช่ว่าจะใช้แทนกันได้ทุกกรณี だんだん(段々)ถ้าดูความหมายตามคันจิ จะมีความหมายว่า ไปทีละขั้นๆ เป็นกริยาวิเศษณ์แสดงการเปลี่ยนแปลง ที่ค่อยๆเกิดขึ้นทีละเล็กทีละน้อย
    เช่น

                   だんだん寒くなってきた。
                   だんだんさむくなってきた。
                   ค่อยๆหนาวขึ้นเรื่อยๆ

                   だんだん悪くなっていく。
                   だんだんわるくなっていく。
                   ค่อยๆแย่ลงไปเรื่อยๆ

                   だんだん日本語が上手になる。
                   だんだんにほんごがじょうずになる。
                   ภาษาญี่ปุ่นค่อยๆเก่งขึ้นเรื่อยๆ

     すこしずつ(少しずつ)มีความหมายเหมือนกับ だんだんในกรณีที่ต้องการแสดงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทีละเล็กทีละน้อย สามารถใช้แทนกันได้ (ประโยคข้างบนใช้ すこしずつ แทนได้หมด) แต่ถ้าต้องการพูดถึงการกระทําที่ไม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ในความหมายว่า ค่อยๆทํา จะใช้ だんだん ไม่ได้ เช่น

                   この紙を少しずつ切って下さい。
                   このかみをすこしずつきってください。
                   ค่อยๆตัดกระดาษ(ทีละนิด)นะครับ

このサイト上の情報は少しずつ更新している

 

 

  ~を出る VS ~から出る  

 คําว่า 出る(でる) แปลว่า ออก ถ้าต้องการบอกว่าออกจากที่ไหน… ถ้าไม่คิดอะไรมากก็คงใช้กับคําช่วย から ซึ่งแปลว่า จาก ได้ …แต่คํานี้หลาย ๆ คน คงทราบว่ามันใช้กับคําช่วย を ก็ได้ ซึ่งแปลว่า ออกจาก เหมือนกัน เช่น

                   部屋から(を)出る。
                   へやから(を)でる。
                   ออกจากห้อง

     ถ้าต้องการพูดว่า ออกจาก… ในความรู้สึกของคนไทยจะรู้สึกว่าใช้คําช่วย から(จาก) จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า เพราะว่าแปลตรงตัว แต่ภาษาญี่ปุ่นกริยาตัวเดียวกันแท้ๆ บางครั้งก็ใช้ から บางครั้งก็ใช้ を

     แล้วสําหรับกริยา でる ใช้คำช่วยตัวไหนก็ได้ หรือว่า มีกฎอะไรที่ต้องแยกแยะก่อนใช้หรือเปล่า

    เรื่องคำช่วยเป็นเรื่องที่ยากมากเรื่องหนึ่งของภาษาญี่ปุ่น ถ้าจะมาวิเคราะห์กันจริงๆ แบบนักภาษาศาสตร์ล่ะก็ วุ่นวาย ยุ่งยาก ซึ่งไม่มีความจำเป็นถึงขนาดนั้น สำหรับคนเรียนภาษาญี่ปุ่นใหม่ๆ เข้าใจด้วยหลักการง่ายๆ ดีที่สุด

    อันดับแรก ให้เข้าใจไว้เลยว่า ใช้ から หรือ を ตัวไหนก็ได้ แต่…จุดที่ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้องก็มี

  1. ในกรณีที่ ประธานเป็นวัตถุหรือสิ่งของ ซึ่งไม่มีชีวิต ไม่มีความรู้สึก เช่น สิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ใช้ から ได้อย่างเดียว ไม่ใช้ を เช่น

    台所から煙が出る。
    だいどころからけむりがでる。
    ควันไฟออกมาจากห้องครัว

    ถ้าใช้ を จะรู้สึกเหมือนกับว่า ควันไฟเป็นสิ่งมีชีวิต แล้วกำลังพยายามออกจากห้องครัว เพื่อจะมาสูดอากาศบริสุทธิ์หายใจ …อะไรอย่างนั้น

  2. ถ้ามีคำที่แสดงจุดหมายว่า ออกจากที่ไหน ไปที่ไหน จะไม่ใช้ を เช่น

    部屋から台所出る。
    へやからだいどころにでる。
    ออกจากห้อง ไปในครัว

    จะไม่พูดว่า

    部屋台所出る。
    へやをだいどころにでる。

    คือจะไม่ใช้กับคําช่วย に ซึ่งเป็นคําช่วยที่ใช้บอกสถานที่เป้าหมายที่จะออกไป

  3. ออกมาจาก สถานที่ ที่เป็นนามธรรม จะใช้ を เช่น

    大学出る。
    だいがくをでる。
    ออกจากมหาวิทยาลัย

    ประโยคนี้มีความหมายสองอย่าง คือ

    ออกจากประตูตัวอาคารของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นความหมายทางรูปธรรม แน่นอนในกรณีนี้จะใช้ から ก็ได้

    大学から出る。
    だいがくからでる。
    ออกจากมหาวิทยาลัย(จากตึก จากประตู ของมหาวิทยาลัย)

    อีกความหมายหนึ่งคือ การออกจากมหาวิทยาลัยนั้น หมายถึง การจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย(นามธรรม) ในกรณีนี้จะใช้ をไม่ใช้ から
    ซึ่งในกรณีนี้จะมีความหมายเหมือน

    大学を卒業する。
    だいがくをそつぎょうする。
    จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย


北斗ださんは、どこの大学を出たのですか?
  ~たまま VS ~っぱなし
 
 
 
ทั้งสองคํานี้จะมีความหมายคล้ายกัน

     วิธีการใช้

     ~たまま      กริยารูป た+まま
     ~っぱなし  กริยารูป ます+っぱなし

     っぱなし ใช้บอกสภาพที่ต่อเนื่อง สภาพที่ยังคงอยู่ขณะนั้น เป็นสภาพที่เกิดจากการกระทำอะไรบางอย่าง ส่วนมากจะแปลว่า ติดต่อกัน หรือ ตลอด(ตลอดวัน ตลอดทาง) เช่น

                   同じ服を一週間も着っぱなしだ。
                   おなじふくをいっしゅうかんもきっぱなしだ。
                   ใส่เสื้อผ้าตัวเดียวกัน ติดต่อกันถึง 1 สัปดาห์

     ~たまま จะใช้ในความหมายว่า เอาไว้อย่างนั้น คงเอาไว้ในสภาพนั้น เช่น

                   テレビをつけたまま、寝てしまった。
                   テレビをつけたまま、ねてしまった。
                   นอนโดยเปิดทีวีทิ้งเอาไว้

     เหล่านี้คือตัวอย่างพื้นฐานของการใช้คําทั้งสองคํานี้ แต่บางครั้งเราจะพบว่าในประโยคความหมายเดียวกัน บางครั้งก็ใช้ ~っぱなし บางครั้งก็ใช้
~たまま สองคํานี้ใช้แทนกันได้หรือ?

     ~たまま สามารถใช้แทน ~っぱなし ได้ เช่น

                   同じ服をいっしゅうかんも着たままだ。
                   おなじふくをいっしゅうかんもきたままだ。
                   ใส่เสื้อผ้าตัวเดียวกัน ติดต่อกันถึง 1 สัปดาห์

     แต่จะใช้แทน ~っぱなし ได้ก็ต่อเมื่อ กริยาตัวนั้น การกระทํานั้นๆ ทําให้เกิด ผลลัพธ์ใหม่ๆ จากตัวอย่างข้างบน

     การกระทำ: ใส่เสื้อผ้า
     ผลลัพธ์:       เสื้อผ้าอยู่ติดกับร่างกาย แล้วอยู่ในสภาพนั้นๆ ติดต่อกัน 1 สัปดาห์

     แต่…ถ้าการกระทำ เป็นการกระทำที่ไม่ทำให้เกิดผลลัพธ์ หรือ สภาพใหม่ๆ จะไม่ใช้ ~たまま เช่น คำกริยา はしる(วิ่ง) หรือ しゃべる(พูด)
ซึ่งคำกริยาทั้งสองคำนี้ไม่ทำให้เกิดผลลัพธ์ใหม่ๆอะไร

     เช่น

                   あの人は2時間もしゃべりっぱなしだ。
                   あのひとはにじかんもしゃべりっぱなしだ。
                   เขาพูดติดต่อกันนานถึง 2 ชั่วโมง

     จะไม่พูดว่า

                   あの人は2時間もしゃべったままだ。
                   あのひとはにじかんもしゃべったままだ。

     เช่นเดียวกัน

                   今日は一日走りっぱなしだ。
                   きょうはいちにちはしりっぱなしだ。
                   วันนี้ต้องวิ่ง(ติดต่อกัน)ทั้งวัน

     ซึ่งจะไม่พูดว่า

                   今日は一日走ったままだ。
                   きょうはいちにちはしったままだ。

     สรุปคือ ทั้งสองคำใช้แทนกันได้เมื่อกริยาหรือการกระทำนั้น ทำให้เกิดผลลัพธ์หรือสภาพใหม่ๆ แต่ถ้าการกระทำนั้นไม่ทำให้เกิดสภาพใหม่ ๆ
ใช้ ~たままไม่ได้  หลักง่ายๆ เวลาใช้ คือให้ดูความหมายของกริยาก่อน..ว่าเป็นกริยาลักษณะไหน

 

  

  らしい VS ようだ
 

 

 ทั้งสองคำนี้ เราจะใช้แสดงสิ่งที่ไม่แน่ใจ แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้น มีความหมายเหมือนกันคือ เหมือนกับว่า ดูเหมือนว่า แต่จะใช้ต่างกันโดยดูจากหลักฐานที่ทำให้คิดหรือรู้สึกอย่างนั้น

                   ソムチャイさんは風邪をひいたらしい。
                   ソムチャイさんはかぜをひいたらしい。

                   ソムチャイさんは風邪をひいたようだ。
                   ソムチャイさんはかぜをひいたようだ。

         ทั้งสองประโยคจะแสดงความไม่แน่ใจ แปลเป็นภาษาไทยเหมือนกันว่า คุณสมชายดูเหมือนจะเป็นหวัด แต่ใช้ต่างสถานการณ์กัน
สมมติว่า คุณสมชายที่เรากำลังพูดถึง นั่งอยู่ข้างหน้าแล้วก็ไอค๊อกแค๊ก เหมือนเป็นหวัด แล้วเราก็พูดกับเพื่อนว่า

                   ソムチャイさんは風邪をひいたらしい。
                   ソムチャイさんはかぜをひいたらしい。
                   คุณสมชายดูเหมือนจะเป็นหวัด

         ประโยคนี้จะฟังดูแปลกๆ เพราะอะไร? ลองอ่านต่อไป

         สมมุติว่า เราได้รับโทรศัพท์จากคุณสมชายว่า วันนี้ขอหยุดเพราะเป็นหวัด แล้วเราก็หันไปบอกเพื่อนๆ ว่าวันนี้คุณสมชายไม่มาทำงานเพราะเป็นหวัดนะ โดยพูดว่า

                   ソムチャイさんは風邪をひいたようだ。
                   ソムチャイさんはかぜをひいたようだ。
                   คุณสมชายดูเหมือนจะเป็นหวัด

         ประโยคนี้ก็ฟังดูแปลกๆเช่นกัน ทำไม? อย่างที่บอกจะใช้ らしい หรือ ようだ ขึ้นอยู่กับหลักฐานที่เรามีอยู่ในขณะนั้น หลักฐานนั้นเป็นหลักฐานลักษณะไหน จึงทำให้เราคิดเช่นนั้น จุดนี้เป็นจุดสำคัญ ถ้าสิ่งที่ทำให้เราคิดอย่างนั้น ตัดสินใจเช่นนั้น เป็นสิ่งที่เราเห็นด้วยตาตนเอง เราจะใช้ ようだ แต่ถ้าหลักฐานหรือสิ่งที่ทำให้คิดหรือตัดสินใจอย่างนั้น เราได้มาจากที่อื่น คือมีคนบอกมาจะใช้ らしい

         ดังนั้น ถ้าเราเห็นคุณสมชายไออยู่ คือหลักฐานอยู่ข้างหน้าเรานี่เอง จะใช้ ようだ แต่ถ้าเป็นข้อมูลที่มีคนบอกมาอีกที จริงหรือเปล่าเราไม่รู้ ยังไม่เห็นหลักฐาน ยังไม่ชัดเจน ในกรณีนี้จะใช้ らしい

          สรุปคือ ようだ จะให้ความรู้สึกว่า เป็นการเดา เป็นความไม่แน่ใจ ที่ค่อนข้างมีหลักฐาน มากกว่า らしい

         ** ทั้งสองคํา..ยังมีความหมายอื่นๆอีก แต่ถ้าใช้ในความหมายว่า ดูเหมือนจะ หรือ เหมือนกับว่า จะมีความแตกต่างในการใช้นิดหน่อย เวลาใช้ก็ดูสถานการณ์ดีๆละกัน

「北斗だ」とは北斗七星のことらしいよ

  ~と会う(あう) VS ~に会う(あう)
 

  หลายๆคนคงเคยเรียนและก็พอทราบว่า กริยา 会う(あう)ที่แปลว่า พบ หรือ เจอ จะใช้คำช่วย に หรือ と ก็ได้…ไม่ผิดไวยากรณ์ ใช้คําช่วยตัวไหนความหมายก็เหมือนกันใช่หรือไม่ ก่อนอื่นลองมาดูตัวอย่างการใช้คําช่วย に และ を กันก่อน

          タイの首相はタイの経済をよくすると皆誓った。
          タイのしゅしょうはタイのけいざいをよくするとみんなとちかった。

          タイの首相はタイの経済をよくすると皆誓った。
          タイのしゅしょうはタイのけいざいをよくするとみんなにちかった。

     ประโยคแรก จะมีความหมายว่า นายกฯของประเทศไทยได้ สาบานกับทุกคน(ที่ฟังว่า) จะช่วยกันทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้น เป็นคำสาบานที่ทำขึ้นพร้อมกับประชาชน ทั้งนายกฯและประชาชนจะร่วมมือกันทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น

     แต่ประโยคหลัง หมายถึง นายกฯของประเทศไทยได้ สาบานต่อหน้าทุกคน ว่าเขาจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้น คนที่พูดสาบานคือนายกฯ ถ้านายกฯทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นไม่ได้ ก็หมายถึง นายกฯผิดคำสาบานที่ให้ไว้ต่อประชาชน

     เช่นเดียวกัน

          家族会いに行きます
          かぞくとあいにいきます。

          家族会いに行きます。
          かぞくにあいにいきます。

     ทั้งสองประโยค แปลว่า จะไปพบครอบครัว

     ประโยคแรก ทั้งผู้พูดและครอบครัวของผู้พูด รู้เรื่องที่จะพบกับ ตกลงกันแล้วว่าจะพบกัน เมื่อไหร่ ที่ไหน
่     ประโยคหลัง ผู้พูดตั้งใจจะไปพบครอบครัวของตนเอง ซึ่งคนในครอบครัวอาจจะไม่มีใครรู้ก็ได้ ว่าผู้พูดจะมาพบเมื่อไหร่

     สรุปคือ ความแตกต่างอยู่ที่คำช่วย と กับ に

     คําช่วย と จะแสดงการกระทําที่ทําด้วยกัน
     คําช่วย に จะแสดงการกระทําเพียงฝ่ายเดียว แล้วเคลื่อนที่ไปหาอีกฝ่ายหนึ่ง

     ดังนั้น

     ถ้าใช้คำช่วย と กับกริยา あう(พบ) จะสื่อความหมายว่า ทั้งผู้พูดและผู้ที่ผู้พูดจะไปพบนั้น ทั้งสองฝ่ายรู้เรื่องการพบกันครั้งนี้แล้ว

     ถ้าใช้คำช่วย に กับกริยา あう(พบ) จะสื่อความหมายว่า ผู้พูดเป็นคนที่อยากจะไปพบ มีโครงการที่จะไปพบ แต่คนที่เราจะไปพบนั้นทราบหรือเปล่า
เราจะไม่สนใจ

     อีกตัวอย่าง

          彼に会いたい。
          かれにあいたい。
          อยากพบเขา(คิดถึงเขา)

     ประโยคนี้ เป็นประโยคแสดงความรู้สึกของตัวเองว่า อยากพบแฟน คิดถึงแฟน คนที่พูดมีความรู้สึกเป็นเช่นนั้นก็จริง แต่ตอนนั้นแฟนอยากพบด้วยหรือเปล่าไม่สามารถรู้ได้ ดังนั้นในกรณีที่ต้องการสื่อว่า คิดถึงใคร อยากพบใคร เป็นการแสดงความรู้สึกของเราฝ่ายเดียว ควรใช้ に จะเป็นธรรมชาติมากกว่า と

北斗ださんに会ってみたいな!

 
         

 

     

5 thoughts on “คำที่มีความหมายคล้ายกันในภาษาญี่ปุ่น

  1. รู้สึกขอบคุณมากคับ ได้ความรู้แบบรวบรัดจากสแปชของคุณ
    ด้วยใจครับ
     
    มีลิ้งค์ Free download j-pop มาฝ่ากครับ ลองเข้าไปหามาฟังกันดูลิ้ง Free Download j-pop mp3 http://www.easytou.com/category.asp?select1=25&list=yesลิ้งค์ Mp3 ที่จัดเซ็ตใว้แล้ว พร้อมส่งhttp://www.easytou.com/category.asp?select1=4&list=yesลิ้งดู PV หรือ MV มีตัวอย่างดูได้ทุกตัวครับ และมีของพร้อมส่งhttp://www.easytou.com/category.asp?select1=8&list=yesและสำหรับคนที่ชอบJapanese Series เป็นภาษาญี่ปุ่น +ซับไตเติลอังกฤษใว้ฝึกภาษาก็สั่งได้ครับผมดูมาทุกเรื่องแล้วครับที่เอามาลง รับรองดูแล้วน้ำตาใหลทุกเรื่อง โดยเฉพาะ 1 Litre of Tearshttp://www.easytou.com/category.asp?select1=11&list=yesปล.ทุกอัลบัมที่คุณฟัง ทุกMVที่คุณดู และทุกอย่างที่มีในเวพ ผมมีพร้อมส่งครับ โดยเฉพาะMp3ที่ผมจัดเซ็ตใว้แล้วส่วนศิลปินท่านอืนหากต้องการ หรือ Concert ต่างๆก็รับตามสั่งครับ เพียงแต่เมลหรือโทรมาหาผมครับสนใจคุยกันหลังไมย์นะครับ jjkk21@hotmail.com

  2. สวัสดีค่ะพี่โก้
    ดีใจที่พี่โก้แวะมาเยี่ยม spaces ของพีซนะคะ
    ตอนนี้ดูท่าจะเก่งภาษาญี่ปุ่นแล้วนะเนี่ย
    คงคล่องเปรื๋อเลยละสิ
    อิอิ
    ไปอยู่กี่ปีแล้วคะ แล้วกลับมาหาคุณพ่อคุณแม่บ้างรึเปล่า
    แล้วแวะมาหาใหม่นะคะ

  3. สวัสดีค่ะพี่โก้
    ดีใจที่พี่โก้แวะมาเยี่ยม spaces ของพีซนะคะ
    ตอนนี้ดูท่าจะเก่งภาษาญี่ปุ่นแล้วนะเนี่ย
    คงคล่องเปรื๋อเลยละสิ
    อิอิ
    ไปอยู่กี่ปีแล้วคะ แล้วกลับมาหาคุณพ่อคุณแม่บ้างรึเปล่า
    แล้วแวะมาหาใหม่นะคะ

  4. สวัสดีค่ะพี่โก้
    ดีใจที่พี่โก้แวะมาเยี่ยม spaces ของพีซนะคะ
    ตอนนี้ดูท่าจะเก่งภาษาญี่ปุ่นแล้วนะเนี่ย
    คงคล่องเปรื๋อเลยละสิ
    อิอิ
    ไปอยู่กี่ปีแล้วคะ แล้วกลับมาหาคุณพ่อคุณแม่บ้างรึเปล่า
    แล้วแวะมาหาใหม่นะคะ

  5. หวัดดีค่า ซาเปซของพี่มีสาระเยอะดี ขอยืมข้อมูลปายใช้หน่อยน้าค้า
    พอดีกาลังเรียนภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้นอยู่  
    ขอบคุณค่า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s