คำศัพท์ที่น่าสนใจ

 
 
คำศัพท์ที่หน้าสนใจ
การใช้    ~よ、~ね、~よね 
 
การใช้ よ และ ね เป็นเรื่องยากเรื่องหนึ่งสําหรับคนที่เพิ่งเรียนภาษาญี่ปุ่นใหม่ๆ หลายๆคนรู้ว่าคําเหล่านี้คล้ายๆกับคําว่า นะ เนาะ จ๊ะ ในภาษาไทย แต่ก็น้อยคนที่ใช้คําเหล่านี้ได้อย่างถูกต้องตั้งแต่แรก ใช้ถูกใช้ผิด ฟังคนญี่ปุ่นมากๆ ลองเลียนแบบไปเรื่อยๆพอมาถึงช่วงหนึ่งก็จะเริ่มเข้าใจความแตกต่างของคําเหล่านี้

    คําเหล่านี้ใช้ผิดก็ไม่มีปัญหามาก แต่ถ้าสามารถใช้ได้อย่างถูกต้องความเป็นธรรมชาติของภาษาก็จะเกิดขึ้น ก็คล้ายๆกับคนต่างชาติที่อยู่เมืองไทย หัดพูด ค่ะ นะคะ ของภาษาไทย คนต่างชาติที่หัดเรียนภาษาไทยเขาก็งงเหมือนกันว่าเมื่อไหร่ใช้ ค่ะ เมื่อไหร่ใช้ นะ เมื่อไหร่ใช้ นะคะ

   การใช้ よ และ ね อย่างที่บอกไปเป็นเรื่องยากเรื่องนึงในภาษาญี่ปุ่น ยากขนาดเป็นหัวข้อวิจัยในระดับปริญญาโทหรือเอกเลยทีเดียว คนที่อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร เพราะได้ฟังคนญี่ปุ่นพูดอยู่ทุกวัน ไม่นานก็คงเข้าใจความแตกต่าง แต่คนที่ไม่ค่อยมีโอกาสพูดคุยกับคนญี่ปุ่น ถ้าไม่มีคนสอน ไม่มีตําราบอกก็ยากเหมือนกันที่จะเข้าใจวิธีใช้

   ขอสรุปวิธีการใช้ ที่ใช้บ่อยๆ เข้าใจง่ายๆ ลองอ่านดู

     การใช้ ね

      วางไว้หลังประโยคเพื่อแสดงความรู้สึกของผู้พูดต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และพร้อมกันนั้นจะดึงผู้ฟังให้เห็นด้วยกับสิ่งนั้นว่าคุณก็เห็นด้วยใช่ไหม (จะเห็นด้วยหรือไม่ แล้วแต่ความเห็น ความรู้สึกของผู้ฟัง) ในกรณีนี้จะออกเสียงตํ่า เป็น เน่
    
      เช่น
               A: あつくなりましたね。
                       เริ่มร้อนแล้วเนาะ

               B: ええ、そうですね。
                       อืม ใช่

     จากตัวอย่าง A รู้สึกว่าอากาศเริ่มร้อนแล้วก็แสดงความรู้สึกเกี่ยวกับอากาศออกมาว่าอากาศตอนนี้เริ่มร้อนแล้ว พร้อมกันนั้นก็ดึง B ซึ่งเป็นผู้ฟังให้เห็นด้วยกับเรื่องนั้นว่าคุณก็คิดเหมือนกับผมใช่ไหม ในตัวอย่างนี้ B เห็นด้วยกับความคิดของA ก็เลยตอบไปว่า ใช่ เริ่มร้อนแล้วเนาะ

      นอกจากนี้ ถ้าออกเสียงเป็น เน้(เสียงสูง) หรือ เนะ จะเป็นการถามให้แน่ใจว่าสิ่งที่เราคิดหรือทราบมานั้นถูกหรือไม่ซึ่งจะทำหน้าที่เหมือนกับ か (ですか、ますか)ซึ่งใช้กับประโยคคำถาม

               あしたテストですね。
               พรุ่งนี้มีสอบใช่ไหม

               わかったね。
               เข้าใจแล้วนะ

     ね ไม่จำเป็นต้องใส่ไว้ท้ายประโยคเสมอไป สามารถใช้ตรงส่วนไหนของช่วงต่อของประโยคก็ได้ ในกรณีนี้ ね จะทำหน้าที่ดึงดูดความสนใจของผู้ฟังให้ตั้งใจฟังเรื่องที่กำลังพูดถึง ประโยคที่ใช้ ねลักษณะนี้ ส่วนมากจะเป็นบทสนทนาที่ไม่ค่อยเป็นทางการเท่าไร อย่างเช่น บทสนทนาระหว่างพ่อกับลูก ระหว่างเพื่อนวัยเดียวกัน

               A: けさね。
                       เมื่อเช้านี้น่ะ
               B: うん。
                       อืม
               A: ロビンソンへいったらね。
                      พอไปที่โรบินสันนะ
               B: うん。
                       อืม
               A: C さんにあったよ。
                       เจอคุณ C ด้วยล่ะ
               B: うそ。
                       จริงเปล่า

     การใช้ よ

         よ จะใช้ในกรณีที่ผู้พูดต้องการบอกเรื่องราวหรือข้อมูลที่ตนเองมีอยู่ให้ผู้ฟังทราบ เรารู้แต่เขาไม่รู้ หรือ อาจจะไม่รู้

               A: タイ料理は辛いですか。
                      タイりょうりはからいですか。
                      อาหารไทยเผ็ดไหมครับ

               B: 少し辛いですけど、でも、とても美味しいですよ。
                      すこしからいですけど、でも、とてもおいしいですよ。
                      เผ็ดนิดหน่อยครับ แต่อร่อยมากเลยนะ(จะบอกให้)

    ในประโยคนี้ A อาจจะเป็นคนต่างชาติที่มาเที่ยวประเทศไทยและยังไม่เคยทานอาหารไทยมาก่อน ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าอาหารไทยเผ็ดหรือไม่เผ็ด ส่วน B อาจจะเป็นคนไทยอีสานที่ชอบทานเผ็ดดังนั้นจึงรู้ว่าอาหารไทยเป็นอย่างไร ก็เลยตอบไปว่าอาหารไทยนะเผ็ดก็จริงแต่อร่อยนะ เป็นการให้ข้อมูลที่ตนเองทราบให้ผู้ฟังรับรู้

               A:  C さんは日本語が話せますか。
                       C さんはにほんごがはなせますか。
                       คุณ C พูดภาษาญี่ปุ่นได้หรือเปล่า

               B: とても上手ですよ。
                      とてもじょうずですよ。
                      เขาเก่งมากเลยล่ะครับ(จะบอกให้)

     ในประโยคนี้ A ไม่ทราบว่าคุณ C พูดภาษาญี่ปุ่นได้หรือไม่ แต่เรื่องนี้คุณ B ทราบก็เลยตอบไปว่า เขาเก่งมาก

      นอกจากนี้ よจะใช้ในกรณีที่ต้องการบอกความคิดความรู้สึกของตนเองว่าคิดอย่างไร กับสิ่งนั้นๆไม่สนใจว่าผู้ฟังจะคิดเหมือนกันหรือไม่ ผมคิดอย่างนี้ รู้สึกอย่างนี้ อันนี้คือความคิดของผม เช่น

               A: 今日のテスト、あまり難しくなかったね。
                      きょうのテスト、あまりむずかしくなかったね。
                      ข้อสอบวันนี้ ไม่ค่อยยากเลยเนาะ

               B: いや、難しかったよ。
                      いや、むずかしかったよ。
                      อืมมมม….ยาก(ใครว่าไม่ยาก) 

     A ต้องการบอกว่าข้อสอบวันนี้ไม่ค่อยยากเท่าไรแล้วก็คิดว่า B คงคิดคล้ายๆกัน แต่ B ก็ตะโกนออกมาดังลั่นว่าไม่จริงๆ B ใส่ よ เข้าไปเพื่อต้องการบอกกับ A ว่าคุณคิดอย่างงัยผมไม่ทราบ แต่สำหรับผมแล้วผมคิดว่ามันยาก

     การใช้よ ต้องระวังนิดหน่อยโดยเฉพาะเมื่อเวลาคุยกับผู้ใหญ่ หรือ ถึงแม้จะเป็นบทสนทนากับเพื่อนก็ตาม ถ้าใช้มากเกินความจำเป็นอาจจะทำให้ถูกมองว่าเป็นพวกหยิ่ง เอาความคิดตนเป็นหลักไม่สนใจความคิดของคนอื่น

     แต่บางกรณีการใส่ よก็จะดีกว่าไม่ใส่เหมือนกัน เช่น เพื่อนอกหักกำลังเสียใจ ต้องการปลอบเพื่อนว่าผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลกก็ใส่ よ เข้าไปให้ประโยคที่พูดมันหนักแน่นมากยิ่งขึ้นซึ่งจะทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าเราตั้งใจฟังเข้าใจปัญหาของเขาเลยแสดงความคิดเห็นของตนเองออกมา

               大丈夫だよ。
               だいじょうぶだよ。
               ไม่เป็นไรหรอกน่า

         การใช้よね

      คำนี้ใช้เน้นความคิดของผู้พูดว่าคิดอย่างนี้ แล้วพร้อมกันนั้นก็ดึงผู้ฟังให้เห็นด้วยกับความคิดของตนเอง เป็นการนำหน้าที่การทำงานของทั้ง よ และ ね มารวมกัน

               A: 今週の金曜日は休みですよね。
                        こんしゅうのきんようびはやすみですよね。
                        วันศุกร์นี้เป็นวันหยุดเนาะ (ผมจำได้ ผมคิดว่าน่าจะใช่ แล้วคุณก็คงคิดว่าใช่ใช่ไหม)

               B: ええ、そうです。
                       ใช่

   ในประโยคนี้ A จำได้ว่าวันศุกร์นี้เป็นวันหยุด คิดว่าน่าจะเป็นวันหยุดแน่ๆ(การใช้ よ) แต่ความจริงแล้ว A ก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรก็เลยถาม B ไปเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองว่า B ก็คงคิดเช่นเดียวกัน(การใช้ ね)

               あの人、すごい格好いいですよね。
               あのひと、すごいかっこういいですよね。
               เขา เท่ห์มากเลยเนาะ(ฉันคิดอย่างนี้ แล้วเธอก็คิดเหมือนฉันใช่ไหมว่าเขาเท่ห์มาก)

               期末試験は確か、来週の月曜日からですよね。
               きまつしけんはたしか、らいしゅうのげつようびからですよね。
               สอบไล่ ถ้าจําไม่ผิด เริ่มตั้งแต่วันจันทร์หน้าเนาะ(เน้นข้อมูลที่มีอยู่ของตนเอง พร้อมกับถามให้แน่ใจว่าข้อมูลถูกต้อง)

     よね ถ้าดูผิวเผินจะมีความหมายใกล้เคียงกับ ね มาก แต่เนื่องจากมี よ อยู่ด้วย ดังนั้นความหนักแน่นในความคิด ความรู้สึกของผู้พูดจึงมีมากกว่า ねเฉยๆ

     ที่อธิบายไปทั้งหมดก็เป็นใช้ よ、ね、よね อย่างง่ายๆ ก็ลองนําไปใช้ดู แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คําเหล่านี้จะใช้ให้เก่งต้องฟังมากๆ เลียนแบบมากๆ ตอนแรกใช้ผิดใช้ถูกก็ไม่เป็นไร แต่อย่าไปผิดแบบว่า เปลี่ยนลําดับจาก よね เป็น ねよ ถ้าผิดแบบนี้มันรุนแรงเกินไปยากจะให้อภัย ねよ มันไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่น

このサイトはすごくためになるよね。 

 

การใช้  やっぱり

  やっぱり เป็นคําที่ใช้บ่อยมากในบทสนทนาทั่วไป มีความหมายหลายอย่าง ดังนั้นจึงออกมามาก ในบทสนทนา คนญี่ปุ่นบางคนพูดจนเป็นคําที่พูดที่ติดปาก ไม่ว่าจะพูดเรื่องอะไรขอ やっぱり เอาไว้ก่อน คํานี้ถ้าใช้ได้อย่างถูกต้อง ความเป็นธรรมชาติในการสื่อสารจะมีมากยิ่งขึ้น

      คําว่า やっぱり มาจากคําว่า やはり  ถ้าจะเปิดพจนานุกรมก็ต้องเปิดคําว่า やはり ไม่ใช่ やっぱり เพราะคํานี้เป็นคําที่เสียงเพี้ยนมาเท่านั้น    คําว่า やはり แต่ละที่แต่ละภาคของญี่ปุ่นออกเสียงไม่เหมือนกัน ที่ใช้อยู่จนกลายเป็นคําที่พูดบ่อยๆไปแล้วก็มี


やはり → やっぱり
やはり → やっぱし
やはり → やっぱ

     
     สามคํานี้จะพูดคําไหนก็ได้ เพราะมันคือตัวเดียวกัน แต่ภาษาเขียน และภาษาพูดที่เป็นทางการหน่อย ควรใช้ やっぱり หรือ ให้ดีที่สุดใช้ やはり แต่ถ้าอยากพูดแบบวัยรุ่นๆหน่อยใช้ やっぱ

     ความหมายของคํานี้แบ่งได้ประมาณ 4 อย่าง

    1. เหมือนกัน เช่นเดียวกัน

              その計画には私もやっぱり反対です。
             そのけいかくにはわたしもやっぱりはんたいです。
             ผมก็เหมือนกันไม่เห็นด้วยกับโปรเจคนั้น

    2. ยังคง

            やっぱりバンコクに住んでいますか。
            やっぱりバンコクにすんでいますか。
            ตอนนี้คุณยังอาศัยอยู่ที่กรุงเทพหรือครับ

            私は今でもやっぱり彼女が好きです。
            わたしはいまでもやっぱりかのじょがすきです。
            ถึงตอนนี้ผมก็ยังชอบเธออยู่

    3. อย่างที่คิดไว้ เหมือนที่คิดไว้

            (เห็นสาวๆหน้าตาดีๆเดินมาแต่ไกลๆ เห็นหน้าไม่ค่อยชัดแต่ท่าทางน่ารัก พอเธอเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วน่ารักเหมือนที่คิดไว้ พูดกับเพื่อนไปเลยว่า

            やっぱり可愛かった。
            やっぱりかわいかった。
            น่ารักอย่างที่คิดไว้เลย

            来ないだろうと思ったけど、やっぱり来なかった。
            こないだろうとおもったけど、やっぱりこなかった。
            คิดอยู่แล้วว่าคงไม่มา แล้วก็ไม่มาจริงๆด้วย(อย่างที่คิดไว้เลย)

    4. ถึงอย่างนั้นก็ตาม ไม่ว่าใครจะพูดอย่างงัยก็ตาม คิดแล้วคิดอีกในที่สุดก็ตัดสินใจว่า~ดีกว่า

        皆に嫌われているかもしれないけど、でも、私はやっぱり彼が好きです。
        みんなにきらわれているかもしれないけど、でも、わたしはやっぱりかれがすきです。
        ทุกคนอาจจะไม่ชอบเขา แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ฉันก็ยังชอบเขามาก

        彼は本当に真面目な学生だ。病気でもやっぱり勉強を頑張っている。
        かれはほんとうにまじめながくせいだ。びょうきでもやっぱりべんきょうをがんばっている。
        เขาเป็นนักเรียนที่ตั้งใจมากจริงๆ ไม่ว่าจะป่วยอย่างไร(ถึงจะป่วยอย่างไรก็ตาม) ก็ยังขยันเรียนหนังสือ

       やっぱり行きたい。
       やっぱりいきたい。
       อย่างงัยก็ยังอยากไป (อยากไปแต่มีอะไรบางอย่างที่ทําให้ลังเลใจ คิดแล้วคิดอีกว่าจะไปดีหรือเปล่า
                                        แต่ด้วยความอยากไปที่มีตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ในที่สุดก็ตัดสินใจว่าไปดีกว่า)

       やっぱり行かない。
       やっぱりいかない。
       ไม่ไปดีกว่า(ไม่อยากไปแต่ก็ลังเล คิดแล้วคิดอีกว่าจะไปดีหรือเปล่า คิดอยู่นานในที่สุดก็ตัดสินใจว่าไม่ไปดีกว่า)

         ทั้งหมดก็เป็นตัวอย่างเล็กๆน้อยๆของคําว่า やっぱり วิธีการใช้ไม่ยากอย่างที่คิด อะไรที่ตรงกับสถานการณ์ที่กล่าวไปข้างบนลองใส่คํานี้เข้าไปก่อนแล้วค่อยพูดสิ่งที่ต้องการพูด ใช้ไปได้ซักพักคงพอเข้าใจวิธีใช้ ความเป็นธรรมชาติของภาษาจะเพิ่มขึ้นมา  …. ไม่ยาก

     

    มาก     เรื่องของ とても~

    คํานี้เป็นคําศัพท์พื้นฐานมาก ทุกคนจะรู้ว่าแปลว่า มาก ใช้ขยายคําคุณศัพท์ อย่างเช่น ร้อนมาก หนาวมาก อร่อยมาก นอกจากนั้นยังมีความหมายอีกอย่างคือ ใช้ขยายคํากริยา ในกรณีที่ต้องการปฏิเสธ ว่าทําอย่างนั้นไม่ได้จริงๆ
          แต่จริงๆแล้ว คํานี้ในอดีตมีวิธการใช้แค่อย่างเดียวเท่านั้น ลองอ่านดูแล้วจะรู้ที่มาที่ไปของคํานี้


                       タイはとても暑いです。
                       タイはとてもあついです。
                       ประเทศไทยร้อนมาก

                       日本料理はとても美味しいです。
                       にほんりょうりはとてもおいしいです。
                       อาหารญี่ปุ่นอร่อยมาก

                       そんなこと、私にはとても出来ませんね。
                       そんなこと、わたしにはとてもできませんね。
                       เรื่องอย่างนั้น ผมทําไม่ได้จริงๆ(ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ทําไม่ได้จริงๆ)

                       とても信じられない。
                       とてもしんじられない。
                       ไม่น่าเชื่อ(เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อจริงๆ)

         สองประโยคแรกจะเป็นการใช้ขยายคําคุณศัพท์ แปลเป็นไทยว่า มาก สองประโยคหลังเป็นการขยายคํากริยาว่า ทําไม่ได้จริงๆ ไม่สามารถเชื่อได้จริงๆ

         ในการใช้ とても ขยายคําคุณศัพท์เป็นอะไรที่เข้าใจง่าย พื้นฐานมาก แต่…ส่วนหลัง คือการใช้เน้นรูปปฏิเสธของกริยารูปสามารถจะยุ่งยากนิดนึง อย่างน้อยเราต้องผันกริยาให้เป็นรูปสามารถให้ได้ก่อน เแล้วจึงเปลี่ยนเป็นรูปปฏิเสธ

          มีสํานวนอีกอย่างที่ใช้กันบ่อยโดยใช้ とても ร่วมกับ คําว่า ~ほど ที่แปลว่า ขนาด~ เช่น

                       とても食べられないほど辛い。
                       とても食べられないほどからい。
                       เผ็ด จนทานไม่ได้เลยจริงๆ

                       彼はとても信じられないほど凄い。
                       かれはとても信じられないほどすごい。
                       เขาเก่ง จนไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ

                       彼女はとても言葉では言い表せないほど美しい。
                       かのじょはとてもことばではいいあらわせないほどうつくしい。
                       เธองาม จนไม่รู้จะหาคําพูดอันใดมาบรรยาย

         เหล่านี้ก็เป็นสํานวนการใช้ とても~ほど เพื่อขยายหรือ เน้นความหมายของคําคุณศัพท์ ที่เราต้องการพูดถึง

          ตัวอย่างข้างบนลองตัดกริยาที่นํามาขยายดู จะได้เป็น

                       とても辛い。
                       とてもからい。
                       เผ็ด (จนทานไม่ได้เลยจริงๆ) → เผ็ด มาก

                       彼はとても凄い。
                       かれはとてもすごい。
                       เขาเก่ง (จนไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ) → เก่ง มาก

                       彼女はとても美しい。
                       かのじょはとてもうつくしい。
                       เธองาม (จนไม่รู้จะหาคําพูดอันใดมาบรรยาย) → งาม มาก

    ่   อ่านมาถึงตรงนี้ สังเกตเห็นอะไรบ้าง …ใช่แล้ว とても ในอดีตจะเป็นคําที่ใช้ขยายคํากริยารูปปฏิเสธเท่านั้น ถ้าต้องการขยายคําคุณศัพท์ ก็นํามาใช้ร่วมกับคําว่า ほど แล้วต่อๆมา ก็มีการตัดส่วนที่เป็นกริยาที่ใช้ในการขยายออกไป เหลือแต่ とても เพียงคําเดียวเท่านั้น แล้วก็แปลสั้นๆว่า …มาก

         เรื่องสนุกที่เกิดขึ้นจริงของ とても

         มีคนไทยคนหนึ่งทํางานอยู่ที่ร้านอาหารไทยในญี่ปุ่น เธอไม่ได้เรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นเรื่องเป็นราว อาศัยประสบการณ์ ไวยากรณ์เธอผิดบ้างถูกบ้าง แต่เธอพูดภาษาญี่ปุ่นได้ค่อนข้างเก่งที่เดียวสําหรับคนที่ไม่เคยเรียนมาก่อน แต่ก็อย่างว่า เรียนเองไม่มีใครสอน บวกกับการเป็นคนไทย

    ี                   แขกคนญี่ปุ่น: このりょうりは ほんとうにおいしいの?
                                            อาหารนี้ อร่อยจริงหรือเปล่า
                       เธอผู้นั้น:    おいしいです。とてもおいしいです。
                                            อร่อยคะ อร่อยมากค่ะ
                       แขกคนญี่ปุ่น:ほんとうにおいしいの?
                                             อร่อยจริงอ่ะ
                       เธอผู้นั้น:       とてもとてもおいしいです。
                                            อร่อยมากๆเลยค่ะ

       จะเห็นว่าเธอต้องการบอกว่า อร่อยมากๆ โดยใช้ とてもซ้อนกันสองครั้ง เรื่องสนุกไม่ได้อยู่ตรงนี้ อยู่ที่ว่าสําเนียงที่เธอพูดจะเป็น

                       とても~とてもおいしいです。
                       โถะเท้โมมมมมม้ โถะเทะโมะ โออิชี่ เดส

       คือเธอต้องการเน้นโดยแปลมาจากภาษาไทยว่า ม๊ากกกกก มาก คล้ายๆกับพวก อะร้อออย อร่อย น้าววว หนาว อะไรพวกนี้

       เด็กดีอย่าได้เลียนแบบเป็นอันขาดเชียว ภาษาญี่ปุ่นมิใช่ภาษาไทย จะมาขยายแบบไทยๆไม่ได้นะ

    このサイトは โถะเท้โม้ โถะเทะโมะ 良く出来ている。

แม่ง      ~やがる

  บอกได้อย่านึงเลยว่า ถ้าคิดจะเปิดพจนานุกรมหาละก้อ คงหาไม่เจอ เรียนที่โรงเรียนก็คงยากที่จะมีที่ไหนสอน มันเป็นคําที่ออกไปทางบทสนทนาซะมาก ในการ์ตูนญี่ปุ่นก็พบบ่อย คํานี้ส่วนมากผู้ชายจะใช้ ผู้หญิงไม่ควรใช้เพราะไม่ค่อยสุภาพ ถ้าอยากลองใช้ก็ใช้ได้ แต่ระวังอย่าให้คนอื่นได้ยิน

                 วิธีใช้

รูป ます形+やがる

    คํานี้มีความหมายหลายอย่าง ส่วนมากใช้แสดงความรู้สึกที่ไม่พอใจกับคนๆนั้นหรือสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นๆ หรือ อะไรที่เกิดขึ้นผิดคาด หรือ แสดงอารมณ์ออกไปทางอิจฉานิดๆ อย่างเช่น

                          あいつ、よく遅刻しやがる。
                          あいつ、よくちこくしやがる。
                          แม่งชอบมาสายทุกที

    ถ้าอยากพูดอยากบ่นแบบสุภาพก็คงเป็น

                          彼、よく遅刻するんです。
                          かれ、よくちこくするんです。
                          เขาชอบมาสาย

    จากประโยคข้างบน จะเห็นได้ว่า ถ้าใส่  やがる ต่อท้ายเข้าไป (อย่าลืมผันกริยาเป็นรูป ます)ความรู้สึกที่ให้จะไม่เหมือนกับประโยคธรรมดาทั่วไป อารมณ์โกรธ อารมณ์ไม่พอใจ มันผิดกัน ถ้าอยากแปลให้ได้อารมณ์ให้เข้าใกล้ความรู้สึกของคนญี่ปุ่นมากที่สุด ภาษาไทยที่น่าจะใกล้เคียงมากที่สุดก็น่าจะเป็น คําว่า แม่ง ซึ่งฟังแล้วไม่สุภาพแน่ๆ

    เช่นเดียวกัน

                          あいつ、新しい車 買いやがって、、。
                          แปลธรรมดา: เขาซื้อรถใหม่
                          แปลให้ได้อารมณ์: แม่งซื้อรถใหม่อีกแล้ว (น่าอิจฉา น่าอิจฉา)

                          その話、Aさん、もう知っていやがる。
                          แปลธรรมดา: เรื่องนั้นคุณเอ รู้แล้ว
                          แปลให้ได้อารมณ์ : เรื่องนั้นนะเหรอ คุณเอรู้เรื่องหมดแล้ว (ในใจจะคิดว่า แม่งรู้ได้งัยว่ะ)

     ถ้าไม่มั่นใจวิธีใช้ อย่าใช้ แค่เข้าใจว่ามันคืออะไรก็พอ

悪い言葉を説明しやがって、、、

เหนื่อยจังขอพักจิบเบียร์ก่อนนะ 555!!!

 

       

 กําลังพอดี         いい加減(いいかげん)

 

 

ถ้าดูจากคําแปลข้างบนจะรู้สึกว่าคํานี้จะใช้ในความหมายที่ดี แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น คําถ้าดูจากคําแปลข้างบนจะรู้สึกว่าคํานี้จะใช้ในความหมายที่ดี แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น คํานี้ยังมีความหมายแฝงอีกความหมายหนึ่ง ซึ่งตรงกันข้ามกับความหมายว่า กําลังพอดี

    อันดับแรกมาดูความหมายของคําว่า 加減(かげん)กันก่อน

          加減(かげん) มาจากคําว่า 加える(くわえる)+減らす(へらす) 
         加える(くわえる) แปลว่า เพิ่ม ใส่เข้าไป
้ำ         減らす(へらす) แปลว่า ลด ทําให้น้อยลง 

     ดังนั้น 加減(かげん)จึงแปลว่า การเพิ่มบ้างลดบ้าง การปรับให้พอเหมาะ

     ถ้าทําให้เป็นคํากริยา(かげん+する)จะมีความหมายว่า ปรับ เช่น

ั         部屋の温度を加減して下さい。
         へやのおんどをかげんしてください。
         ช่วยปรับอุณหภูมิห้องหน่อยคะ

    ถ้าใส่ いい ซึ่งแปลว่า ดี เข้าไปข้างหน้า

         いい+かげん     

    จะมีความหมายว่า  ปรับได้พอดี กําลังดี เช่น เข้าไปในอ่างนํ้า (おふろ) แล้วพูดว่า

         いい加減だね。
         いいかげんだね。
         กําลังดี

     จะหมายถึง นํ้าร้อนมีอุณหภูมิกําลังดี คือไม่ร้อนมาก ไม่เย็นมาก อุณหภูมิในอ่างปรับแล้วร้อนกําลังดี น่าอาบ น่าแช่

    ดังนั้น

         いい加減にする。
         いいかげんにする。

     จึงมีความหมายว่า ทําให้กําลังดี ทําให้พอเหมาะ สํานวนนี้ถ้าใช้เป็นประโยคคําสั่ง หรือ ประโยคขอร้อง เช่น

         いい加減にしろ。
         いいかげんにしろ。

         いい加減にしてくれ。
         いいかげんにしてくれ。

         いい加減にしてほしいものだ。
         いいかげんにしてほしいものだ。

 แปลตรงตัวจะแปลว่า ทําไห้มันพอดีหน่อย พอแล้ว เพียงพอแล้ว แค่นี้ก็พอแล้ว   พอเถอะขอร้อง ใช้เวลาต้องการให้คนๆนั้นเลิกทําเรื่องอย่างนั้น เลิกพูดเรื่องแบบนั้น มีความหมายคล้ายๆกับสํานวน ほどほどにする。

      ถ้าต้องการบอกรายละเอียดว่าให้เลิกทําสิ่งๆนั้นในความหมายที่ว่าคุณทําสิ่งนั้นมามากพอแล้ว  

         いいかげんに+กริยา หรือ ประโยค

      เช่น

         ね、もういい加減にやめてくれる?
         ね、もういいかげんにやめてくれる?
         นี่คุณ ขอร้องเถอะเลิกได้แล้ว

         いい加減に喧嘩をやめてくれない?
         いいかげんにけんかをやめてくれない?
         เลิกทะเลาะกันซักทีได้ไหม(ทะเลาะกันมามากพอแล้วนะ)

    ที่กล่าวไปเป็นวิธีการใช้ いいかげん ในความหมายที่ดี (อยากให้ดี) แต่คํานี้ อย่างที่บอกไปตอนแรกมันมีอีกความหมายหนึ่งที่ใช้ในทางลบ ซึ่งจะแปลว่า

ทํามั่วๆ ส่งเดช ไม่มีความรับผิดชอบ ครึ่งๆกลางๆ

    จะคล้ายๆกับคําว่า 適当(てきとう) เช่น

                彼の仕事はいつもいい加減(適当)だ。
                かれのしごとはいつもいいかげん(てきとう)だ。
                งานของเขาครึ่งๆกลางเสมอ (ทํางานแบบขอให้เสร็จไปที อย่าแปลว่างานที่เขาทําอยู่พอดีๆอยู่เสมอ)

              いい加減なやつらだ。
                ไอ้พวกไม่มีความรับผิดชอบ (อย่าแปลว่าพวกที่ทําอะไรพอเหมาะพอดี)

   สถานการณ์ที่จะได้ใช้คํานี้คงมีไม่มากนัก ถ้าใช้ไม่เป็นก็อย่าฝืนใช้ แต่อย่างน้อย เวลาได้ยินก็คงพอเข้าใจแล้วว่ามันมีความหมายว่าอย่างไร

 

 

さすが(に)

 

 คําว่า  さすが  มีความหมายหลายอย่าง    แต่ส่วนมากใช้ในกรณีที่ต้องการชมใครซักคนที่ทําอะไรได้ดี สุดยอดเหมือนกับ

คำรํ่าลือ เหมือนกับที่เคยได้ยินมา ความหมายคล้ายๆกับ やっぱり

ต่างกันตรงที่ว่า さすが จะให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าคนอื่นเขารู้หมดแล้วว่าสิ่งนั้น ดีเลิศขนาดไหน แต่เราเพิ่งจะรู้ เพิ่งจะเห็นความสุดยอดของสิ่งๆนั้น

เช่น

                   このホームページは、やっぱりすごい。
                   เว็บนี้ เยี่ยม เหมือนที่คิดไว้เลย

                   このホームページは、さすがにすごい 。
                   เว็บนี้ เยี่ยมสมคํารํ่าลือจริงๆ

     ทั้งสองประโยคเป็นประโยคที่แสดงความประทับใจว่า เว็บนี้เยี่ยมมาก เหมือนที่คิด เหมือนที่เคยได้ยินชื่อเสียงมา ในกรณีนี้ความหมายแทบไม่ต่างกัน จะใช้ตัวไหนก็ได้

                   ジコさんはやっぱりサッカーがうまい。
                   คุณซีโก้เล่นฟุตบอลเก่งอย่างที่ฉันคิดไว้เลย

                   ジコさんはさすがにサッカーがうまい。
                   คุณซีโก้เล่นฟุตบอลเก่งจริงๆ(สมกับคํารํ่าลือที่เคยได้ยินมา)

     เช่นกัน สองประโยคนี้ความหมายใกล้เคียงกันมาก จะใช้ประโยคไหนก็สื่อได้ใกล้เคียงกันว่า คุณซีโก้เล่นฟุตบอลเก่งมาก แต่ประโยคที่สอง อาจจะเป็นกรณีที่ว่าคนอื่นทั้งประเทศเขารู้กันหมดแล้วว่าคุณซีโก้เล่นฟุตบอลเก่งมาก เรื่องนี้ถึงแม้จะได้ยินชื่อเสียงมานานเแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากไม่เคยดูซีโก้เล่นฟุตบอลมาก่อน พอได้ดูเป็นครั้งแรกก็รู้สึกว่าเขาแน่จริงๆสมกับคํารํ่าลือ เลี้ยงบอล หลบหนึ่ง… หลบสอง… หลบสาม…. หลบแม้กระทั่งผู้รักษาประตู แล้ว… เลี้ยงออกหลังไป… さすが、ジコ。

     นอกจากความหมายนี้แล้ว さすが ยังใช้ได้ในอีกหลายๆสถานการณ์ สรุปได้ดังนี้

  1. สมกับเป็น… สมกับที่…   สมกับคํารํ่าลือ   ….จริงๆ
    ใช้แสดงความรู้สึกประทับใจ ชื่นชม เมื่อคนๆนั้นทําอะไรออกมาได้ดี เก่ง เหมือนกับที่ได้ยินมา(บางครั้งก็ใช้ในความหมายเชิงลบ)

    วิธีใช้

                           さすが(に)+คําคุณศัพท,์ กริยา
                           さすが(に)+~だけあって、+ ประโยค

       เช่น
                   彼は、さすがに日本語がじょうずです。
                   かれは、さすがににほんごがじょうずです。
                   เขาเก่งภาษาญี่ปุ่นมากจริงๆ(สมกับคํารํ่าลือ สมกับที่สอบผ่านระดับหนึ่งมา)
                   
                   10年も勉強している(だけあって)ので、さすがに上手ですね。
                   10ねんもべんきょうしているので、さすがにじょうずですね。
                   เพราะว่าเรียนมาตั้ง 10 ปี เก่งจริงๆ(สมกับที่เรียนมานาน)

                   君のお母さんの料理はさすがにうまい。
                   きみのおかあさんのりょうりはさすがにうまい。
                   อาหารที่คุณแม่เธอทําอร่อยจริงๆ(เหมือนที่เธอคุยไว้เลย)   

                   あんなに高い車が買えるなんて、さすがですね。
                   あんなにたかいくるまがかえるなんて、さすがですね。
                   ซื้อรถแพงขนาดนั้นได้นี่ ก็สมกับที่รวยน่ะนะ

                   タイはさすがに暑いです。
                   タイはさすがにあついです。
                   ประเทศไทย ร้อนจริงๆ(เหมือนที่ใครๆเขาบอกไว้เลย)

                   さすがタイ人だ。
                   さすがタイじんだ。
                   สมกับเป็นคนไทย(ใจดี… อะไรๆก็ไม่เป็นไรไว้ก่อน…. ชอบมาสาย ….)

  2. ขนาดคนๆนั้น หรือ ใครก็ตาม ก็ต้องยอมแพ้ ต้องบ่นออกมา ต้องขยาด ต้องทึ่ง ต้องตะลึง ต้อง…

    วิธีใช้

                           さすが(に)+คําคุณศัพท,์ กริยา
                           さすがの+คํานาม

    เช่น

    バスの中で、10時間も立ちっ放ししていたから、さすがに疲れた。
    バスのなかで、10時間も立ちっぱなししていたから、さすがにつかれた。
    ยืนบนรถเมล์ติดต่อกันตั้ง 10 ชั่งโมง เหนื่อยจริงๆ(ไม่เหนื่อยก็ไม่รู้จะพูดอย่างงัยแล้ว)

    問題がやさしすぎたから、さすがの彼も100点取った。
    もんだいがやすしすぎたから、さすがのかれも100てんとった。
    โจทย์ง่ายมากเกินไป ขนาดเขา(ซึ่งทุกครั้งจะตกตลอด)ก็ได้ 100 แต้ม

    さすがのアイシュタインも出来なかった。
    さすがのアイシュタインもできなかった。
    ขนาดไอสไตน์ก็ทําไม่ได้(ไม่น่าเชื่อว่าอัจฉริยะขนาดไอสไตน์ก็แก้โจทย์ข้อนี้ไม่ได้ โจทย์คงยากน่าดู)

    日本語能力試験の前は、さすがに緊張する。
    にほんごのうりょくしけんのまえは、さすがにきんちょうする。
    ก่อนสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (ขนาดผมซึ่งไม่เคยตื่นเต้นมาก่อน, ไม่ว่าใคร) ก็รู้สึกตื่นเต้นมาก

    唐辛子30本入りのソムタムは、さすがに食べられない。
    とうがらし30ぽんいりのソムタムは、さすがにたべられない。
    ส้มตําที่ใส่พริก 30 เม็ด (ขนาดผมที่ชอบเผ็ด, ไม่ว่าใคร ก็)ทานไม่ได้

 

                                                            やばい                                                               

 

  

    

 

   ศัพท์ตัวนี้เป็นศัพท์ที่น่าสนใจมากคําหนึ่ง คําที่มีความหมายคล้ายๆตัวนี้ก็มีอีกหลายตัวใช้แทนกันได้ แต่อารมณ์ที่ได้จะผิดกัน คํานี้จะให้อารมณ์มากกว่า แต่ออกไปทางภาษาพูด และตอนนี้ก็เริ่มเกิดการวิวัฒนาการมีความหมายมากกว่าที่เคยมี

     ถ้าใช้พูดคล้าย ๆ คำอุทานจะมีความหมายว่า แย่ละ ตายแล้ว ซวยแล้ว……
     ถ้าใช้ขยายคำนามจะมีความหมายว่า อันตราย ทําให้ลําบาก ทําให้ซวย

เช่น 

  1. พูดถึงเพื่อนคนหนึ่งที่หน่วยกิตไม่พอ อาจจะจบไม่ได้

    あいつ、やばいよ。
    มันแย่แน่(มันไม่จบแน่)

  2. ตื่นนอนสายวันสอบ พอดูนาฬิกา ตกใจเมื่อรู้ว่าไปไม่ทันสอบแน่ ตะโกนเสียงดังๆไปเลยว่า

    やばい!
    ตายแล้ว(ไปไม่ทันสอบแน่เลยตู)
  3. ถามเกี่ยวกับงานที่เพื่อนกําลังทําอยู่

    お前、やばい仕事をしてないだろうね。
    おまえ、やばいしごとをしてないだろうね。
    เองไม่ได้ทำงานที่มันเสี่ยง(คุก)ใช่ไหม (เช่นค้ายาบ้า อาจติดคุกหัวโตแน่)
  4. ทําลูกแก้วสารพัดนึกที่พ่อซื้อมาจากเมืองจีนแตก

    やばい!
    ตายแน่(โดนพ่อฆ่าแน่) 

       ถ้าเปลี่ยนสำเนียงนิดนึงเป็นเสียงสระเอะ

           やばい –> やべえ

      เปลี่ยนแค่เสียง ทําแค่นี้คํานี้ก็จะกลายเป็นคำที่ไม่สุภาพไป ถ้าแปลเป็นไทยก็จะเป็นทำนองว่า _ิบหายล่ะ ซึ่งผู้หญิงไม่ควรใช้ ผู้ชายที่ได้ยิน เขาจะตกใจ กะว่าจะจีบซักหน่อยเป็นถอยหนี ระวัง!

     สรุป คำนี้ใช้เมื่อเห็นใครอยู่ในสถานการณ์ที่แย่ เลวร้าย ซวย โชคไม่ดี หรือพูดกับตัวเองเมื่อรู้สึกว่า ตนเองอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างไม่ปลอดภัย เลวร้าย

     แต่...มีการใช้ ในอีกความหมายหนึ่งในสังคมของเด็กวัยรุ่น ฟังแล้วแปลกๆ เช่น ไปนั่งกินข้าวกับหนุ่มโรงเรียนข้าง ๆ กับเพื่อน ๆ แล้วก็มีหนุ่มหล่อคนหนึ่งกําลังจะเข้ามานั่งขัางๆตน

        やばいよ!

     ในกรณีนี้จะมีความหมายว่าอย่างไร?  ความหมายของ やばい อย่างที่อธิบายไป จะใช้พูดถึงบุคคลอื่นหรือตัวเอง เมื่อรู้สึกหรือเห็นว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดีเท่าไร แต่ในตัวอย่างนี้การเจอผู้ชายหล่อเป็นเรื่องที่ดีแท้ ๆ ทำไมพูด やばい ในกรณีนี้ やばい ก็เป็นคําที่แสดงความรู้สึกของตัวเองเช่นกัน แต่ไม่ได้หมายถึง ซวย ตายแน่  

    แต่จะมีความหมายว่า ตื่นเต้นดีใจมาก จนอาจจะควบคุมตัวเองไม่ได้ หัวใจตัวเองอยู่ในสภาพที่อันตราย ใจเต้นตึกๆ อาจหัวใจวายตายได้ ซึ่งความหมายลักษณะนี้จะได้ยินในบทสนทนาของวัยรุ่นญี่ปุ่นซะส่วนมาก จะว่าพวกเขาใช้ผิดก็ไม่ใช่ เพราะเป็นอะไรที่พวกเขาเข้าใจเหมือนกัน แต่พวกผู้ใหญ่น้อยนักที่จะใช้ในความหมายลักษณะนี้

     นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของวิวัฒนาการของภาษา ความหมายของคำเปลี่ยนไปตามยุคสมัย บางคำก็มีความหมายมากกว่าที่ถูกกำหนดเอาไว้ในพจนานุกรม…ใช้ต่างกันตามวัย คําพวกนี้มีเยอะ

 

สำหรับหัวข้อนี้คงปิดไว้เพียงแค่นี้ครับถ้าหาคำใหม่ ๆ มาได้จะจัดการปรับปรุงให้ทันทีครับ  ส่วนหัวข้ออื่น ๆ ที่เกริ่นไว้จะทำให้เสร็จเร็วที่สุดครับ

2 thoughts on “คำศัพท์ที่น่าสนใจ

  1. ขอบคุณมากนะคะ ได้ความรู้ใหม่หลายๆคำเลย บางคำได้ยินบ่อยๆแต่ก็ยังไม่รู้ความหมาย อ่านแล้วเข้าใจเลยค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s